รวม 23 คำศัพท์ ที่เซลส์และผู้จัดการฝ่ายขายควรรู้

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ยุคดิจิทัลกำลังมาแรง และหลายธุรกิจก็ขับเคลื่อนด้วยช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทำให้คำศัพท์ทางการขายนั้นมีมากมายกว่าแต่ก่อน และมักจะมีการบัญญัติคำศัพท์ใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานความรู้ ความเข้าใจเดียวกันได้ และสำหรับงานขาย คำศัพท์เหล่านี้ ก็ทำให้เซลส์และผู้จัดการฝ่ายขายต้องปรับตัวเรียนรู้และทำความเข้าใจความหมายของคำศัพท์เหล่านี้ให้มากขึ้น เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิธีการขายแบบใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น และเมื่อลองตามเทรนด์การขายใหม่ ๆ ในปัจจุบัน จะพบว่าเราจะเจอกับคำศัพท์แปลกใหม่อยู่เสมอ แต่ทุกคนในสายงานนี้เข้าใจความหมายของคำเหล่านั้นที่ถูกต้องจริงหรือไม่? วันนี้ Readyplanet รวบรวมคำศัพท์ 23 คำเด่นๆ ที่เซลส์และผู้จัดการฝ่ายขายควรรู้ มาขยายความให้หลายท่านได้ทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

1. Lead

Lead คือ ผู้มุ่งหวัง หรือ ผู้ที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการของธุรกิจ แต่ว่ายังไม่ตัดสินใจซื้อ ยังไม่ใช่ลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจ (Customer) ทำให้นักการตลาดหรือเซลส์ต้องใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อฟูมฟัก พร้อมกับนำเสนอโปรโมชั่นหรือข้อมูลต่างที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของ Lead เพื่อที่จะเปลี่ยน Lead ให้กลายมาเป็นลูกค้าที่ใช่ต่อไปในอนาคต 

 

2. Lead Generation

Lead Generation คือ กระบวนการในการสร้าง Lead หรือกระบวนการในการหาผู้ที่สนใจในตัวสินค้าและบริการและมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการของเรามากที่สุด การที่จะได้มาซึ่งข้อมูลของ Lead นั้นก็ต้องผ่านองค์ประกอบหลัก 4 อย่าง คือ Offer, Call-to-Action, Landing Page, Form โดยมักจะเป็นการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายด้วยข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และพนักงานขายสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาติดต่อหาลูกค้า และนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อีกด้วย

 lead generation

 

3. Lead Scoring

Lead Scoring คือ กระบวนการจัดอันดับผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า (Lead) หรือเรียกง่าย ๆ ตามคำศัพท์คือ การให้คะแนนลูกค้า และนำมาจัดอันดับโดยพิจารณาจากข้อมูลต่างๆที่ได้รับจากการทำ Lead Generation เพื่อธุรกิจจะได้ทราบถึงคุณค่าของ Lead แต่ละรายว่าควรให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด รายไหนมีแนวโน้มเป็นลูกค้าที่แท้จริงในอนาคตได้ และทีมขายจะได้สามารถวางแผนการทำงานและดูแล ติดต่อลูกค้าที่มีศักยภาพได้อย่างถูกต้องจนนำไปสู่การปิดการขายได้ในที่สุด

 

4. Cold Leads

Cold Leads คือ ผู้ที่ยังไม่มีความพร้อมในการซื้อ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้มีความสนใจในสินค้า ณ ช่วงเวลานั้น ยังไม่รู้จักแบรนด์คุณดีพอ หรือสินค้าหรือบริการไม่ได้ตรงตามความต้องการ หรือเหตุผลอื่น ๆ ซึ่ง Leads ประเภทนี้ ทำให้พนักงานขายปิดการขายได้ค่อนข้างยาก  ถึงแม้พนักงานขายจะมีการติดต่อหรือนำเสนอขายอยู่บ่อย ๆ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีโอกาสเป็นเปลี่ยนลูกค้าที่แท้จริงได้  แต่อาจต้องใช้เวลานานจนกว่าลูกค้าจะสนใจและตัดสินใจซื้อในที่สุด

 

5. Warm Leads

Warm Leads คือ ผู้ที่สนใจสินค้าและบริการ แต่ยังไม่มีการตัดสินใจซื้อ จะเป็น Lead ที่เคยศึกษาข้อมูลของสินค้าหรือบริการมาบ้างแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอ เลยยังไม่ตัดสินใจซื้อ ซึ่ง Lead ประเภทนี้จะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจมากกว่าประเภท Cold Lead แต่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลที่มากกว่านี้ หรือมีโปรโมชั่นเข้าไปดึงดูดความสนใจ และ Lead ประเภทนี้มักจะเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมกับสินค้าและบริการอย่างสม่ำเสมอ เช่น การกดไลค์ กดติดตามคอนเทนต์ต่าง ๆ หรืออ่านบทความบนเว็บไซต์ และมีการสมัครรับข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น Warm Leads จึงเป็นผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าที่แท้จริงในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น พนักงานขายจึงควรให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก ๆ เพื่อที่จะสามารถปิดการขายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

  

6. Inbound Sales

Inbound Sales คือ กระบวนการขายในลักษณะของการดึงดูดลูกค้า เสมือนเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดลูกค้าให้รู้จักจนเกิดความสนใจในสินค้าบริการของเรา และทำการติดต่อเข้ามา กลุ่มเป้าหมายนี้มีมักมีความสนใจและมีความต้องการในตัวสินค้าและบริการอยู่แล้วเบื้องต้น ซึ่งข้อมูลหรือการรับรู้ต่าง ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายนี้ได้รับ อาจจะมาจากการทำการตลาด คอนเท้นต์ต่าง ๆ ที่เราทำออกไป เช่น สื่อออนไลน์ การทำโฆษณา เว็บไซต์ บทความออนไลน์ เป็นต้น 

 

7. Inbound Leads

Inbound Leads คือ Lead ที่สนใจในสินค้าและบริการและมีความต้องการอยู่แล้วเบื้องต้น จึงเริ่มต้นด้วยการติดต่อ สอบถามเข้ามาโดยตรงหรือสนทนาผ่านช่องทางการติดต่อต่าง เช่น โซเชียลมีเดีย การกรอกแบบฟอร์ม การโทรมา หรือการแนะนำโดยตรงจากบุคคลอื่น ๆ เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายลักษณะนี้มักจะมีข้อมูลของสินค้าบริการมากมายทั้งจากการสืบค้นข้อมูล หรือจากช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ และมักจะทำให้เซลส์ปิดการขายและสร้างรายได้ได้ง่ายกว่า

 

8. Outbound Sales

Outbound Sales คือ กระบวนการการขายในลักษณะเน้นให้พนักงานขายหรือทีมขาย มีส่วนร่วมหรือกิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การออกไปพบลูกค้า เพื่อนำเสนอขายสินค้าโดยตรงหรือเพื่อเป็นการเข้าไปทักทาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า, การโทรไปติดต่อ แนะนำสินค้าบริการต่าง ๆ , การส่งอีเมลแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงการนัดประชุม นัดหมาย เป็นต้น

 

9. Outbound Leads

Outbound Leads คือ Leads ที่ได้มาจากกลยุทธ์การขายเชิงรุก ซึ่งได้มาโดยผ่านกระบวนการขายแบบ Outbound Sales หรือพูดง่าย ๆคือ ได้รับการติดต่อจากพนักงานขายโดยตรง จากทั้ง อีเมล การโทรติดต่อ หรือการไปออกบูธแสดงสินค้า ออกอีเว้นท์ต่าง ๆ เป็นต้น แล้วจึงเกิดความสนใจในสินค้าบริการของเรา

 

inbound oubound

 

10. Customer

Customer คือ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการของธุรกิจ หรือผู้ที่ชำระหรือจ่ายเงินเพื่อแลกกับสินค้าและบริการนั้นๆ เป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ของธุรกิจ

 

11. Target Customer

Target Customer คือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มุ่งหวังของธุรกิจ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสูงที่จะซื้อสินค้าและบริการของเรา ซึ่งเป็นการแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้เหมาะสมกับสินค้าและบริการ

 

12. Customer Segmentation

Customer Segmentation คือ การแบ่งกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าออกเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยเลือกเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความใกล้เคียงกันอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้หลากหลาย และที่นิยมกันมักจะแบ่งเป็นตามพฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา ภูมิศาสตร์ หรือลักษณะประชากรเป็นต้น เพื่อสามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปวางแผนกลยุทธ์การขายและทำการตลาดต่างๆ ต่อไป

 

13. Customer Relationship Management หรือ CRM 

Customer Relationship Management หรือ CRM คือ การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าของธุรกิจเกิดความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าและบริการ จนเกิดเป็นความภักดีต่อองค์กร โดยในปัจจุบัน CRM นั้นจะมีทั้งที่แบบเป็น Loyalty Program คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้กระตุ้นให้ลูกค้ายังซื้อสินค้าบริการของเรา ส่วน CRM อีกแบบคือ ซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มบริหารงานขาย ที่ใช้บริหารข้อมูลลูกค้า กระบวนการขายต่างๆ และสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรได้นั่นเอง 

R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Readyplanet เพื่อใช้ในการธุรกิจที่มีทีมขายโดยเฉพาะ R-CRM จะช่วยให้ทีมขาย จัดการข้อมูล และบริหารการขายได้อย่างครบกระบวนการ และยังมีเครื่องมือต่างๆ ในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมไปถึงเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้ทีมขายทำงานได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ Sales Pipeline , การบริหารจัดการเอกสารการขายต่างๆ เช่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ผลการขาย รวมไปถึงรายงานสถิติต่างๆ เป็นต้น การติดต่อหรือสนทนากับลูกค้า รวมไปถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าอีกด้วย

ซึ่งข้อดีของการใช้ระบบ R-CRM นอกจากจะช่วยให้บริหารจัดการงานขายได้ง่ายขึ้น และบริหารจัดการ Sales Pipeline แล้ว ยังสามารถนำข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์ และวางแผน เพื่อต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อการขายในอนาคต และยังช่วยในการบริหารงานระหว่างทีมขาย ทีมการตลาด และทีมบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ทุกฝ่ายสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และต่อยอดนำไปพัฒนาสินค้าและบริการ และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้สได้ดีมากขึ้นอีกด้วย

 crm customer relationship management

 

14. Prospect

Prospect คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อ และสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ และมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจ

 

15. Sales Pipeline

Sales Pipeline คือ ระบบการวางแผนบริหารจัดการการขายให้เป็นขั้นตอน (Stage) ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นลูกค้า จนกระทั่งปิดการขาย โดนจะช่วยให้เราเห็นภาพกระบวนการขายทั้งหมดให้ชัดเจน และรู้ว่าลูกค้าแต่ละรายอยู่ในขั้นตอนไหน ทำให้พนักงานขายเข้าใจการทำงานได้ทั้งหมด และมีการวางแผนการทำงาน การติดตามลูกค้าอย่างเป็นระบบ ซึ่ง Sales Pipeline สามารถใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการก็จะทำให้จัดการการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง R-CRM ก็มี Sales Pipeline ที่มีความยืดหยุ่นต่อธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก สามารถตั้งค่าแต่ละขั้นตอนให้เหมาะสมกับการทำงานได้ 

 r-crm sales pipeline

 

16. Sales Target

Sales Target คือ เป้าหมายการขาย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดและชี้วัดความสำเร็จในการขาย ซึ่ง R-CRM ก็มีฟังก์ชั่นเป้ายอดขาย (Sales Target) ที่จะช่วยให้พนักงานขายแต่ละคนเห็นเป้าหมายการขาย ยอดขายของตนเอง และสามารถดูกราฟสถิติยอดขายได้แบบ Realtime อีกด้วย

 r-crm sales target

 

17. Sales Forecast 

Sales Forecast คือ การพยากรณ์ยอดขาย หรือการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต ซึ่งคาดคะเนจากจำนวนยอดขายในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถบริหารสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ซึ่ง R-CRM มีฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย ที่สามารถใช้งานและติดตามผลการทำงานแต่ละขั้นตอนของทีมขายได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เริ่มต้น คือ การกำหนดเป้ายอดการขาย (Sales Target), การดูข้อมูล, ยอดขายรวม, ยอดขายของผู้ใช้งาน, สรุปรายงานประจำปี (Annual Sales Report) เป็นต้น

 

18. Landing Page

Landing Page คือ หน้าเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับแจ้งข้อมูลสินค้า บริการ หรือแจ้งอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆ  โดยส่วนมากมักจะเป็นหน้าเว็บไซต์สำหรับจำหน่ายสินค้า หรือแคมเปญการตลาดโดยเฉพาะ หรือบางครั้งจะเรียกว่า Sale Page ที่เน้นสำหรับการซื้อขาย Landing Page ที่ดีจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน จะช่วยเพิ่มอัตรา Conversion Rate ให้ดีขึ้นอีกด้วย และยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้อีกด้วย

R-Web บริการ Smart Design รับออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บไซต์ โดยทีมเว็บดีไซน์มืออาชีพ จาก Readyplanet สามารถช่วยให้คุณได้เว็บธุรกิจที่สวย โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ฟังก์ชั่นครบครัน ดูแลจัดการง่าย ตรงใจ พร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ แต่ไม่มีเวลาทำเว็บ สร้างเว็บด้วยตนเอง

 r-web landing page

 

19. Marketing Funnel

Marketing Funnel คือ กระบวนการวางแผนการตลาด เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหรือ Leads ให้เกิดเป็น Customer และสร้างเป็นยอดขายได้ในอนาคต โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าตัวจริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และเกิด Conversion ต่อสินค้าและบริการ

 

marketing funnel 

20. Marketing Qualified Leads (MQL)

Marketing Qualified Leads (MQL) คือ ลูกค้าเป้าหมายที่ผ่านการรับรองทางการตลาด หรือ Leads ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นลูกค้ามากที่สุด โดยผ่านการตรวจสอบจากทีมการตลาด และเป็นบุคคลที่ตรงตามเกณฑ์และสำคัญต่อทีมขาย

 

21. Convert

Convert คือ การเปลี่ยนสถานะจาก Leads ไปเป็นลูกค้าที่มีการสั่งซื้อสินค้าและบริการจนเกิดเป็นยอดขาย

 

22. B2B (Business to Business)

B2B คือ การค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ซึ่งผู้ซื้อ และผู้ขายเป็นผู้ประกอบการ ครอบคลุมตั้งแต่การขายส่ง การผลิต ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Supply Chain หรือเว็บไซต์ตัวกลางเป็นต้น เช่น ธุรกิจขนส่งเช่าบริการธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจออนไลน์เช่าระบบซอฟต์แวร์ CRM เป็นต้น

 

23. B2C (Business to Customer)

B2C คือ การค้าระหว่างผู้ค้า และผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลาง เช่น ร้านขายของชำ ร้านอาหาร โรงแรม และ ร้านขายของออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ซื้อจะซื้อไปใช้งานเอง หรือซื้อไปเพื่อใช้ในครัวเรือนก็ได้เช่นกัน ซึ่งลูกค้ากลุ่ม B2C มักจะมีการตัดสินใจที่รวดเร็วกว่าธุรกิจแบบ B2B

 

จะเห็นว่าคำศัพท์ทั้ง 23 คำข้างต้นนี้ ต่างมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงเป็นศัพท์ทางเทคนิคที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ดังนั้นเซลส์และผู้จัดการฝ่ายที่มีความเข้าใจในความหมายของคำเหล่านี้อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้รู้จักคำศัพท์ที่ใช้ในระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยเรื่องการขายอย่างระบบ R-CRM อีกด้วย ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างโอกาสในการขายได้อย่างมืออาชีพ และสามารถปรับกลยุทธ์ทางการขาย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เข้ามาช่วยในการขายและการรักษาลูกค้าได้อีกด้วย

 

 

สมัครใช้งาน Readyplanet R-CRM 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement

 

 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี


 

 


 

 

บทความที่น่าสนใจ

 

 

CRM