15 วิธีการ พัฒนาพนักงานขาย ให้ทำงาน Smart ขึ้น

การเป็นพนักงานขายที่ยอดเยี่ยมในยุคปัจจุบันนี้ แค่ขยันขายอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ต้องมีลูกล่อลูกชนเพื่อให้มีทักษะที่จะสามารถมัดใจลูกค้าได้ สามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และก้าวทันคู่แข่งได้ แล้วพนักงานขายควรมีการทำงานอย่างไรให้ Smart ที่จะช่วยให้ทำงานขายไอ้ย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และผู้จัดการฝ่ายขาย ในฐานะหัวหน้างาน จะสามารถพัฒนาพนักงานขายได้อย่างไรบ้าง ไปดู 15 วิธีการ พัฒนาพนักงานขาย ให้ทำงาน Smart ขึ้น ได้ในบทความนี้กันค่ะ

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 

การพัฒนาพนักงานขาย มีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ

ทำไมการพัฒนาพนักงานขายจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ นั่นก็เพราะว่า พนักงานขายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยก่อให้เกิดรายได้รวมถึงกำไรให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาล แต่ถ้าหากพนักงานขายยังมีความสามารถเท่าเดิม ก้าวไม่ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะส่งผลเสียต่อยอดขายและภาพรวมของบริษัทได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายอยู่ตลอดเวลา

การพัฒนาพนักงานขายที่ช่วยให้ทีมขายประสบความสำเร็จนั้น ต้องอาศัยหลายทักษะ ทั้ง Hard Skills ความรู้และความสามารถในการทำงานขายต่างๆ รวมถึง Soft Skills ในการสื่อสาร บริหารจัดการ การคิดวิเคราะห์ ที่ต้องมีความสามารถครบด้าน ถึงจะพาทีมและธุรกิจไปถึงเป้าหมายได้

 

15 วิธีการ พัฒนาพนักงานขาย ให้ทำงาน Smart ขึ้น

หากอยากให้ทีมขายทำงานได้ดีขึ้น จนเพิ่มยอดขาย สร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ ควรพัฒนาพนักงานขายอย่างไร ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้เราขอรวบรวมวิธีการน่าสนใจ ที่จะช่วยพัฒนาพนักงานขาย ให้ทำงานได้อย่าง Smart ขึ้นกว่าที่คิด

 

1. พัฒนาความรู้ ด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการของธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ

การมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของธุรกิจอย่างเชิงลึกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้ดีขึ้น เพราะเซลส์เป็นเหมือนตัวแทนของบริษัทที่ได้ติดต่อและให้ข้อมูลสินค้าบริการกับลูกค้าโดยตรง และควรหาเทคนิคหรือหามุมในการขายให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่องค์กรควรทำคือ การจัด Sales Training ในองค์กร เพื่อเป็นการอบรมเรื่องความรู้ด้านผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ อาจจะทำประจำทุก ๆ ไตรมาส เพื่ออัปเดตข้อมูลสินค้าใหม่ ๆ และจุดขายที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 

2. พัฒนาด้านเทคโนโลยี ระบบ โปรแกรมต่าง ๆ

งานขาย มีขั้นตอนที่แบ่งย่อยออกไปอีกหลายขั้นตอน แต่ละธุรกิจก็แตกต่างกันไปตามการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม พูดคุยกับลูกค้า การทำใบเสนอราคา ทำข้อมูลเกี่ยวกับการขาย รวมถึงการเก็บบันทึกข้อมูลลูกค้า แต่หากเซลส์ต้องทำด้วยตัวเองหมด ก็อาจจะไม่มีเวลามากพอไปโฟกัสสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น ผู้จัดการฝ่ายขายควรมีระบบ CRM เข้ามาช่วยในการบริหารทีมขาย และจัดการงานขายให้เป็นระบบมากขึ้น และสอนให้เซลส์ใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ทำงานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้นด้วย

 

rcrm แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย

 

 

3. พัฒนาด้านการวางแผนการทำงาน การจัดการเวลา

การวางแผนการทำงาน และการจัดการเวลา ถือว่าเป็น Softs Skills อย่างหนึ่ง ที่ถ้าหากทำเป็นแบบแผนก็จะช่วยให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น และใช้เวลาที่มีได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งหัวหน้างานสามารถฝึกพนักงานขายได้ ด้วยการมอบ Project บางอย่างให้ทำ หรือให้วางแผนการติดตามลูกค้าให้สามารถปิดการขายได้ภายใน 1-2 เดือน แล้วให้เขาลองวางแผนมาทำเสนอ และจัดสรรเวลาการทำงานเอง และให้หัวหน้างานคอยไกด์และแนะนำระหว่างทาง จะช่วยให้พนักงานขายเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

 

ทีมขายวางแผนการทำงาน

 

 

4. พัฒนาด้านการบริหารงานขาย

การขายนั้นมีหลายขั้นตอน (Stage) ตั้งแต่การหา Leads การนำเสนอการขาย การต่อรอง ไปจนถึงการปิดการขาย แต่ละขั้นตอนมีวิธีการดูแลและใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรมีการพัฒนาด้านบริหารการขายให้ตรงจุด ด้วยการนำ Sales Pipeline มาช่วยพนักงานขายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเช่น ฟีเจอร์ Sales Pipeline ใน R-CRM ที่จะมาช่วยบริหารการขาย ก็จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของเซลส์มากยิ่งขึ้น สามารถควบคุม ดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ไม่ตกหล่น รวมถึงยังดูรายงานผลได้อย่างละเอียดอีกด้วย

 

rcrm sales pipeline

 

 

5. พัฒนาด้านการวิเคราะห์ทั้งยอดขายและลูกค้า

สมัยนี้การใช้ข้อมูลนั้นสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะจะช่วยกำหนดทิศทางของกลยุทธ์และแผนการขายได้อย่างแม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้น ผู้จัดการฝ่ายขายควรฝึกให้พนักงานขายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายได้อย่างเฉียบคม และนำมาประยุกต์ใช้งานจริง ๆ ได้ ซึ่งสามารถเรียนรู้ผ่าน Sales Report ซึ่งใน R-CRM ก็สามารถดูรายงานการขายต่าง ๆ ได้ทันทีผ่าน R-Insights ที่มีการรวบรวมและสรุปข้อมูลด้านการขาย ทั้งมุมยอดขาย และมุมลูกค้า ออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการรวบรวมข้อมูล เซลส์เองก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และนำมาปรับใช้ได้เลย

 

r-insights-activities-daily-lead-conversions

 

r-insights-top-5-lost-reason

 

6. พัฒนาด้านการจัดการงานเอกสารต่าง ๆ

หากพูดถึงงานขาย สิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือ เรื่องของเอกสาร พนักงานขายต้องจัดการกับเอกสารเป็นจำนวนมาก และต้องมีความละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้ข้อมูลต่าง ๆ เกิดความผิดพลาด เพื่อให้พนักงานทำงานได้ดียิ่งขึ้น ผู้จัดการฝ่ายขายก็ควรพัฒนาด้านการจัดการงานเอกสาร เช่น การแบ่งกลุ่มเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ การละเอียดรอบคอบในการทำเอกสาร หากมีความสามารถตรงนี้ ก็จะช่วยให้เกิดความผิดพลาดได้น้อยลง และใช้เวลาในการจัดการเอกสารน้อยลงด้วย

 

rcrm การจัดการเอกสาร

 

 

7. พัฒนาด้านการนำเสนอขาย

การนำเสนอที่ดีจะช่วยให้การขายมีความน่าสนใจ และดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น สินค้าตัวเดียวกัน แต่ใช้วิธีนำเสนอต่างกัน สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อการนำเสนอขายที่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด ควรพัฒนาพนักงานในเรื่องการเล่าเรื่อง การทำ Presentation ที่น่าสนใจ รวมถึงศิลปะการโน้มน้าวใจ เพื่อสร้างยอดขายให้ได้มากขึ้นจากการนำเสนอ (อ่านบทความ 7 เทคนิคช่วยให้เซลส์พรีเซนต์งานและให้ปิดการขายได้รวดเร็ว ได้ที่นี่)

 

การพัฒนาการนำเสนอขาย

 

8. พัฒนาด้านการปิดการขายอย่างสร้างสรรค์

กำไรส่วนใหญ่มักมาจากฐานลูกค้าเก่า ดังนั้น เมื่อปิดการขายกับลูกค้าไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสิ้นสุดการขาย แต่พนักงานขายยังต้องใช้วิธีให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำด้วย ซึ่งการทำสิ่งนี้ได้ ต้องใช้วิธีการปิดการขายที่สร้างสรรค์ โดยหัวหน้างานสามารถสอนให้พนักงานขายให้เข้าใจถึงความสำคัญของการปิดการขาย และแบ่งปันวิธีการปิดการขายแบบต่าง ๆ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานขายได้ลองปิดการขายในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

 

9. พัฒนาด้านการแก้ปัญหา

งานขายจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำ รวมถึงทีมอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานขาย ยิ่งต้องประสานงานกับคนจำนวนมาก ก็ย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทางเป็นเรื่องธรรมดา และในบางเรื่องต่อให้เราป้องกันไว้อย่างดี แต่ก็ไม่มีทางการันตีได้ว่า ปัญหาจะไม่เกิด ดังนั้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ พนักงานขายควรรู้วิธีการรับมือและแก้ปัญหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ในข้อนี้หัวหน้าอาจลองให้พนักงานขายได้ลองนำเสนอวิธีการ หรือให้อำนาจในการตัดสินใจบางเรื่อง เพื่อฝึกให้เขาสามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

 

การพัฒนาการแก้ปัญหา

 

10. พัฒนาด้านการเจรจาต่อรอง

การเปลี่ยนคนทั่วไปให้กลายมาเป็นลูกค้าตัวจริงไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีที่จะช่วยเพิ่มยอดขายได้คือ การมีเทคนิคการเจรจาต่อรองที่ดี เพื่อโน้มน้าวให้ลูกค้าสนใจสินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการเจรจาต่อรองยังเป็นอีกทักษะหนึ่งในการแก้ปัญหาได้ดีอีกด้วย สิ่งที่องค์กรหรือหัวหน้างานช่วยได้คือ การมอบความรู้ด้านการเจรจาให้มากขึ้น ทั้งแบบทฤษฎีผ่านการฝึกอบรม ไปจนถึงการรับมือในสถานการณ์จริง (อ่านบทความ 6 เทคนิคการเจรจาต่อรองที่เซลส์ควรรู้ เพื่อปิดการขายให้สำเร็จ ได้ที่นี่)

 

11. พัฒนาด้านการสื่อสาร การเข้าพบ และการติดต่อลูกค้า

การสื่อสารที่ดี จะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจสิ่งที่เราต้องการนำเสนอได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้งานราบรื่น เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสื่อสารได้อย่างดีเยี่ยม จึงจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝน วิธีพัฒนาทักษะด้านนี้อย่างง่าย ๆ เลยคือ ให้พนักงานเข้าใจถึงหลักการการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ หรือนำเสนอรูปแบบประโยคที่เหมาะสมในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความประทับใจแก่ลูกค้าได้มากขึ้น

 

12. พัฒนาด้านบุคลิกภาพ

First Impression เป็นสิ่งสำคัญ หากสามารถสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกได้ ก็จะช่วยให้มีแต้มต่อในการขาย ดังนั้น ควรมีการฝึกอบรมด้านบุคลิกภาพให้กับพนักงาน ทั้งในเรื่องของการเดิน นั่ง ยืน หรือท่าทางการพูดคุย การวางตัวอย่างไรให้ดูดี และมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 

การพัฒนาด้านบุคลิกภาพ

 

13. พัฒนาด้านจิตใจ กำลังใจของพนักงานขาย

กำลังใจเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนมีความกระตือรือร้น และสร้างความมั่นใจให้กับทีมงานได้ เพื่อให้ได้ผลงานการขายที่ดี หัวหน้าทีมจำเป็นต้องให้กำลังใจทีมงานอยู่เสมอ เช่น การพูดให้กำลังใจ การกล่าวชื่นชมพนักงานเมื่อเขาทำงานได้ดี ถือเป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างกำลังใจให้ทีมพร้อมก้าวเดินต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ

 

14. พัฒนาด้านการสานสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

ลูกค้าคือคนที่ทำให้ธุรกิจของอยู่รอด และการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่อย่างยาวนานเป็นหน้าที่สำคัญของนักขายที่ควรทำ การที่ลูกค้าคนหนึ่งจะสนับสนุนสินค้าเราต่อไปหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากความสัมพันธ์อันดีที่เรามีต่อลูกค้า ดังนั้น ควรพัฒนาทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้พนักงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยที่ดี การตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าให้ได้ 

 

15. พัฒนาด้านทัศนคติอื่น ๆ 

ข้อสุดท้าย การที่จะพัฒนาพนักงานขายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องคิดอยู่กับทัศนคติด้านอื่น ๆ อีกด้วย เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายและแรงใจสูง หัวหน้าทีมจึงจำเป็นต้องเสริมเรื่องทัศนคติที่ดีในการทำงาน หัวใจสำคัญของนักขาย การรักในงานขาย รวมถึงทัศนคติเชิงบวก เพื่อให้พนักงานมีแรงกระตุ้นในการทำงาน และยังช่วยให้เขาทำงานต่อไปได้อย่างมีความสุขอีกด้วย

 

สรุป

การมีทีมขายที่มีความสามารถจะช่วยทำให้เพิ่มยอดขาย และพาธุรกิจไปยังเป้าหมายได้ การที่จะบริหารทีมขายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องหมั่นพัฒนาทีมขายอยู่ตลอดเวลา และนี่ก็คือวิธีการที่จะช่วยพัฒนาทีมขายของคุณ ให้ทำงานได้อย่าง Smart มากยิ่งขึ้น หากคุณคือผู้จัดการฝ่ายขายที่อยากพัฒนาพนักงานทีมขาย และผลักดันให้เป็นองค์กรที่ทำงานอย่าง Smart  ควรลองให้ R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย เป็นตัวช่วยในการจัดการงานขายอย่างเป็นระบบ ติดตามงานขายได้รวดเร็ว และที่สำคัญสามรถช่วยพัฒนาคนให้มีทักษะการทำงานที่โดดเด่นในหลากหลายมิติด้วยนั่นเอง

 

 

R-CRM หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ Readyplanet Marketing Platform 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement

 

 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี