เทคนิคการบริหารทีมขาย รับมือได้ทุกวิกฤต

ตลอดปี 2563 จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าหลาย ๆ ธุรกิจคงได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ที่ทำเอาเดือดร้อนกันไปทั่วโลกจนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลให้การช้อปปิ้งออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องและผู้ประกอบการเองหันมาขยายธุรกิจในช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น แม้แต่อาชีพที่เปรียบเหมือนด่านหน้าของบริษัทอย่าง ทีมขาย หรือ “เซลล์” ยังไม่วายได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ไปพร้อม ๆ กันช่วงล็อคดาวน์ ช่วงครึ่งปีหลังจึงถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหัวหน้าเซลล์เองหรือผู้ประกอบการที่ต้องรับมือกับทีมขาย ซึ่งว่ากันตามตรงวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและไม่ได้เตรียมรับมือมาก่อน เมื่อทีมขายของคุณเริ่มสะดุดนั่นหมายถึงการหารายได้นั้นชะงักลงไปด้วย

ReadyPlanet มีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยปรับกลยุทธ์ให้การบริหารทีมขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมรับมือได้ทุกวิกฤตกัน

 

 

 

1. ปรับ Mindset ที่ดี พาทีมไปด้วยกัน

 

การสร้าง Mindset ที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เทคนิคในการบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จคือการพูดคุยอย่างจริงใจและสร้าง Mindset ที่ดี เข้าใจการเปลี่ยนแปลงและไม่มองเป็นปัญหา แต่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส การที่ต้องเผชิญกับวิกฤตในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือส่งผลให้กำไรของผู้ประกอบการลดลง ส่งผลกระทบไปยังพนักงานและทีมขาย แต่การช้อปปิ้งออนไลน์กลับเติบโต การอธิบายหรือสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมในภาวะแบบนี้ช่วยให้เราแสดง mindset ที่ดี หากไม่สามารถออกไปพบลูกค้าหรือทำการนัดหมายได้ เพียงแค่นัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การ conference call หรือโทรศัพท์โดยตรงก็สามารถเริ่มขายได้ทันที 

 

การสร้างทัศนคติแบบคิดบวก สร้างความเข้าใจกับทีมไปพร้อมกัน Mindset ที่ดียังส่งผลต่อไปยังการพูดคุยกับคนรอบข้างรวมถึงลูกค้าที่เราต้องการปิดการขายให้ได้ ประกอบกับหากมีการสื่อสารแบบจริงใจ อธิบายได้ชัดเจน ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจเราด้วย สิ่งสำคัญคือ Mindset เหล่านี้ต้องเริ่มที่ตัวคุณก่อน แล้วจึงถ่ายทอดและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับทีมไปในทางเดียวกันได้

 

 

 

2. สร้างโอกาสใหม่ ๆ ไม่หยุดพัฒนา

 

กระแสโลกออนไลน์ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ขยับขึ้นตามไปด้วย ยิ่งหากทีมของคุณมีการช้อปปิ้งออนไลน์อยู่แล้ว เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำความรู้จักกับโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างเข้าใจ เพราะอนาคตสามารถนำมาผสมผสานและทำการตลาดออนไลน์อย่างครบวงจรได้ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ทางการของธุรกิจ รวมถึงมองให้เป็นโอกาส เป็นช่องทางใหม่ ๆ ในการหาลูกค้าได้เช่นกัน เราสามารถใช้โซเชียลมีเดียศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้า เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงนี้และปีต่อไปมากขึ้น รู้จักแนวโน้มการเติบโตของตลาด สอดส่องคู่แข่งว่ามีการปรับตัวและความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง และไม่ลืมที่จะสำรวจการใช้งานของเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน เช่น เครื่องมือสำหรับการประชุมแบบออนไลน์ เป็นต้น 

 

นอกเหนือจากนี้ การสร้างโอากาสที่ดี เช่น การมองหาคอร์สสัมมนาออนไลน์ หรือคอร์สที่ช่วยพัฒนาตนเอง โดยเริ่มจากการมองว่าการลงทุนกับการเรียนรู้คือสิ่งที่คุ้มค่าและเป็นใบเบิกทางในการสร้างโอกาสที่ดีทั้งพนักงานขายและทีมของคุณเองด้วย 

 

 

 

3. ชี้จุดเด่น มองเห็น value

 

อย่างที่ทราบดีว่า ทีมขายมักมีเทคนิคการขายด้วยกลยุทธ์การพูดที่แพรวพราว แต่การขายไม่ใช่ แค่การพูดสิ่งที่เรารู้และบอกตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทีมขายที่ดีมักเริ่มจากเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย เพื่อดูว่าลูกค้าต้องการอะไรกันแน่ และสร้าง “คุณค่า” ของสินค้าหรือบริการเพื่อให้เห็นว่า ลูกค้าซื้อแล้วจะได้รับอะไรจากสิ่งเหล่านี้ มีข้อดีข้อด้วยแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร หรือหากเป็นธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่อาจจะเริ่มมองว่าในระยะยาวช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จได้อย่างไร คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายหรือไม่? รวมไปถึงการมองเห็นคุณค่าของทีมขายของคุณเอง นอกเหนือจากการพยายามสร้าง mindset และพัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ การเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมจะช่วยสร้างความประทับใจของทีมขาย ไม่ว่าจะเจอวิกฤตแบบใด วางใจได้เลยว่าทีมของคุณจะไม่เกิดความลังเลที่จะเริ่มมองหางานใหม่หรือรู้สึกว่าหัวหน้าทีมขายไม่มีความใส่ใจและไม่เห็นคุณค่าในตัวของเขาเอง แต่จะพลิกปัญหาให้เป็นโอกาสและพยายามไปด้วยกัน

 

 

 

 

4. เลือกใช้เครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพ วัดผลได้จริง

 

บริหารทีมอย่างมีคุณภาพให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตแล้ว อย่าลืมเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน เพื่อประหยัดเวลาทีมขายของคุณด้วย หากธุรกิจ SME พึ่งเริ่มต้นและทำทุกอย่างในคนเดียว สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่จำเป็นมากนัก แต่ถ้าธุรกิจหรือบริการของคุณเริ่มมีทีมขาย 4-5 คนขึ้นไป หรือเป็นธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงระดับ enterprise เครื่องมือที่ช่วยบริหารทีมขายเป็นสิ่งสำคัญเลยทีเดียว เครื่องมือหรือระบบเหล่านี้เรียกให้เข้าใจง่ายคือ ระบบ CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ลองมาดูกันว่าควรมีอะไรบ้างในขั้นตอนการขายเพื่อให้ทีมมีประสิทธิภาพ

 

  • การสร้าง Leads รายชื่อลูกค้า (Lead Generation) : สร้างรายชื่อทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ไว้

 

  • การทำการนัดหมายกับลูกค้า : หลังจากพูดคุยเบื้องต้นควรมีการนัดหมายเพื่ออธิบายรายละเอียดหรือเป็นเทคนิคที่สร้างความประทับใจในการปิดการขาย

 

  • นำเสนอสินค้าหรือบริการ : ทีมขายควรมี presentation สำหรับนำเสนอธุรกิจ สินค้า หรือบริการเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้มากขึ้น

 

  • ติดตามการขาย : หรือการ follow up แสดงความใส่ใจเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ

 

  • ปิดการขาย : ทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทีมขายนำเสนอและยินดีจ่ายให้กับคุณเร็วที่สุด

 

  • ส่งมอบงานและดูแลหลังการขาย : เป็นอีกสิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจให้ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ต่อยอดไปยังยอดขายในอนาคตได้เช่นกัน

 

 

 

อธิบายไปแบบนี้ จะเห็นได้ว่าทีมขายของคุณควรมีระบบ CRM เข้ามาช่วยจัดการตั้งแต่ขั้นตอนแรก

 

ReadyPlanet ขอแนะนำ R-CRM แฟลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย สามารถวัดผลได้จริง ช่วยให้ทีมขายติดตามการขายในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำแนกความสำคัญของแต่ละรายการด้วย Labels, จดบันทึกรายละเอียดแต่ละครั้งในการติดต่อกับลูกค้า, ส่งอีเมลหรือแนลไฟล์เอกสารสำคัญผ่าน R-CRM พร้อมแจ้งเตือนเมื่อลูกค้าเปิดอ่านอีเมล, สร้าง Quotation และ Invoice ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้โปรแกรม excel ให้ยุ่งยากอีกต่อไป และในฐานะที่คุณเป็นหัวหน้าทีมขาย ยังสามารถ manage ผู้ใช้งาน เช่น เพิ่ม user ใหม่ ลบพนักงานออก และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้ 

 

เรียกว่าครบและตอบโจทย์ทีมขายได้เป็นอย่างดี แม้จะเจอวิกฤต COVID-19 หรือสถานการณ์แบบใด ทีมก็สามารถตรวจสอบและพร้อมอัปเดตข้อมูลการทำงานได้ทันที เพราะถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ผ่าน Browser ทั้งบนคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน เพียงแค่นี้ก็เพิ่มประสิทธิภาพทีมขายให้พร้อมรับมือ

5. รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าระยะยาว 

 

นอกจากทีมขายหรือทีมการตลาดจะสร้างยอดขาย บริหารทีมได้อย่างมีคุณภาพแล้ว กาดูแลหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ายังช่วยเพิ่มโอกาสการเกิดยอดขายในอนาคต กล่าวคือ หากทีมขายของคุณมีการอัปเดตสอบถามอย่างสม่ำเสมอ ติดตามผลการใช้งานหรือการใช้บริการเพื่อเช็กว่าลูกค้าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หรือประทับใจจนเกิดความภักดีต่อสินค้า (ฺBrand Loyalty) สร้างโอกาสการกลับมาซื้อสินค้านั้นซ้ำ ๆ เมื่อต้องเจอกับวิกฤตแต่หากสินค้าหรือบริการเป็นประโยชน์ ลูกค้าจะยังคงต้องการซื้อสินค้าอย่างแน่นอน จนอาจเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) ในทิศทางที่ดี และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย เพราะการยืนยันจาก consumers เองอาจได้รับความน่าเชื่อถือและตัดสินใจได้รวดเร็วกว่าการโฆษณาอีกด้วย 

 

ระบบ CRM ได้คุณภาพ ทีมขายรับมือได้ทุกสถานการณ์ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะพอเข้าใจเทคนิค ในการนำไปปรับใช้กับทีมขายในธุรกิจของตัวเองกันแล้ว ทีมขายหรือทีมการตลาดที่ได้ประสิทธิภาพ ปรับตัวได้ไวแม้เจอวิกฤตปัญหาต่าง ๆ ปัจจัยหนึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของพนักงานขาย และอีกปัจจัยหนึ่งขึ้นอยู่กับหัวหน้าทีมขาย หรือหัวหน้าเซลล์แล้ว (ในการณีนี้อาจหมายถึงเจ้าของธุรกิจหรือบริการที่มีการดูแลบริหารจัดการทีมเองด้วยเช่นกัน สิ่งสำคัญคือเครื่องมือหรือระบบ CRM ที่มีการเก็บข้อมูลแบบน่าเชื่อถืถอ ช่วยให้ข้อมูลคงอยู่และทำงานร่วมกันได้ในทีม เพราะการใช้เครื่องมือที่ได้ประสิทธิภาพนั่นหมายถึงการประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายใหม่ ๆ ให้กับทีมงานของคุณ แพลตฟอร์ม R-CRM ระบบบริหารทีมขาย จาก ReadyPlanet จึงออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณ เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริงที่ตอบโจทย์และครอบคลุมทุกธุรกิจ 


 

ลองคิดดูว่า ข้อมูลฐานลูกค้าที่เก็บรวบรวมไว้ในที่เดียวอย่างเป็นระบบ มีประโยชน์ในแง่ของการวางแผนธุรกิจมากขนาดไหน และนำไปต่อยอดทำการตลาดได้อีกมากมาย ด้วยข้อมูลและสถิติหลาย ๆ อย่างบน R-CRM ช่วยให้ผู้บริหาร และหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถคาดการณ์ยอดขาย วางแผนการทำงาน ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ และบรรลุเป้าการขายได้ง่ายและเอื้อมถึง สนใจสมัครทดลองใช้งานระบบ R-CRM ได้ทันที!

 

R-CRM หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ ReadyPlanet Marketing Platform 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี

 

 

Updated: 27 October 2020 | Produced by: Dujnapa Chauthamcharoen