7 ขั้นตอน ทำสินค้าบนเว็บไซต์ ให้น่าซื้อ

ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมากระแส E-Commerce กลายเป็นเรื่องน่าจับตามอง หลายปัจจัยทำให้กระแสซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2021 นี้ ไม่ว่าด้วยจากปัญหาโรคระบาดที่ควบคุมได้ยาก ทำให้คนเลือกออกนอกบ้านหรือใช้เวลาซื้อของในห้างสรรพสินค้าด้วยตนเองน้อยลง เน้นอยู่บ้านมากขึ้นและช้อปปิ้งผ่านทางออนไลน์ ด้วยปัจจัยนี้ส่งผลอย่างมากให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวหรือขยับขยายมาให้บริการทางออนไลน์มากขึ้น 

 

นอกจากธุรกิจจะเริ่มให้ความสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้นแล้ว ระบบการซื้อของออนไลน์ก็ถูกปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม  ก่อนหน้านี้ลูกค้าจำเป็นต้องเข้าเว็บไซต์ สมัครสมาชิกหรือลงทะเบียนเพื่อล็อกอินเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ และจึงค่อยทำการเลือกซื้อ ส่วนในปัจจุบันลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้รวดเร็วขึ้นผ่านช่องทาง Social Media เช่น Facebook , Instagram หรือ LINE เมื่อการซื้อของออนไลน์โตขึ้นทำให้ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกเรื่องการซื้อขายถูกคิดค้นขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น Facebook - Marketplace , Instagram - Shoppable Photo tag หรือใน LINE ที่เพิ่มฟีเจอร์ LINE - Shopping เข้ามา

 

เพราะสำหรับแพลตฟอร์ม Social Media ถึงแม้จะสะดวกและเข้าถึงคนได้ง่าย แต่ต้องยอมรับอย่างนึงว่า สิ่งนี้มีความเสี่ยงอยู่ เสี่ยงกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ระบบล่ม! ยอดวันนั้นทั้งวันหายวับไปเลย ทำให้ธุรกิจที่ต้องการลดความเสี่ยง หันมามองหาแพลตฟอร์มที่ตัวเองเป็นเจ้าของและสามารถจัดการได้เอง อย่างการมีเว็บไซต์ออนไลน์ของตัวเอง  

ความสำคัญของการมีเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์

 

  • เพิ่มโอกาสทางการขายให้กับธุรกิจหรือแบรนด์ เมื่อมีช่องทางการขายมากกว่าที่เคยมี โดยที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจมีเฉพาะหน้าร้านอย่างเดียว การเพิ่มช่องทางเว็บไซต์ในออนไลน์จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ สามารถใช้สำหรับแนะนำสินค้าหรือบริการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้เจอกับลูกค้าใหม่ ๆ ที่มาทางออนไลน์อีกด้วย

 

  • ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาเปิด-ปิดร้าน ข้อดีของการเปิดเว็บไซต์ออนไลน์คือไม่ต้องกำหนดเวลาเปิด-ปิด ลูกค้าสามารถเข้ากดเลือกดูสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค้นหากี่โมงก็ได้ หรือค้นหาจากมุมไหนของโลกก็สามารถเจอได้ 

 

  • เว็บไซต์ออนไลน์เปรียบเสมือนบ้านของธุรกิจ การมี ‘บ้าน’ ให้กับธุรกิจตนเอง สามารถสร้างความรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยให้กับธุรกิจที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ลดความเสี่ยงในปัจจัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งยังสามารถจัดการทุกอย่างภายใน ‘บ้าน’ ได้ทั้งหมด เท่าที่ใจอยากจะทำ หรือหากเซฟเวอร์ที่ใช้มีปัญหาก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยที่ไม่ต้องกลัวจะพลาดออเดอร์ที่มีเข้ามารายวัน

 

  • ข้อมูลทุกอย่างผ่านเว็บไซต์ สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ได้ เรียกได้ว่าในธุรกิจ ใครมีข้อมูลของลูกค้ามากที่สุด ย่อมถือเป็นเรื่องได้เปรียบ เพราะไม่ว่าจะทำการตลาด โฆษณา หรือแม้กระทั่งตัดสินใจผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดเป้าหมายก็ย่อมต้องใช้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมาวิเคราะห์ด้วยกันทั้งนั้น  โดยข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในเว็บไซต์ หากเลือกใช้เว็บไซต์ออนไลน์ที่มีระบบสำหรับเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นหมวดหมู่แล้ว จะสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาจำแนก เพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น R-Web จาก Readyplanet ที่มีระบบ R-CRM ตอบบันทึกข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ อีกด้วยทั้งรองรับ R-Insight ที่คอยเก็บรวบรวมสถิติและข้อมูลของลูกค้าให้เรียกดูได้ง่ายอีกด้วย

 

  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้ การมีเว็บไซต์ออนไลน์ของตัวเอง เปรียบเสมือนคุณมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง บนโลกออนไลน์ ลูกค้าสามารถเช็คประวัติได้ว่าคุณมีตัวตนอยู่จริง เมื่อลูกค้าเห็นว่าธุรกิจมีตัวตนอยู่จริง ก็สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจนั้น ๆ ได้

 

  • ทุกการ สอบถาม สั่งซื้อ ออเดอร์ จบที่เดียว เชื่อมต่อกับแพทฟอร์มอื่น ๆ ได้ คุณสามารถพูดคุยกับลูกค้า ตอบถามลูกค้า รับออเดอร์ และปิดการขายได้ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ โดยในระหว่างนั้นไม่จำเป็นต้องย้ายแพลตฟอร์มไปไหนเลย ยกตัวอย่าง เช่น แพลตฟอร์ม R-Web จาก Readyplanet ที่มีฟีเจอร์ R-Widget ปุ่มติดต่ออัจฉริยะสำหรับเว็บยุคใหม่ รวมระบบแชทต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น Facebook Messager , Line สามารถพูดคุยตอบกลับลูกค้าได้ง่าย ๆ เพียงคลิกแค่ปุ่มเดียว ช่วยปิดการขายได้ฉับไวยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : รีวิว R-Widget ปุ่มติดต่ออัจฉริยะสำหรับเว็บยุคใหม่ เจาะลึกทุกฟีเจอร์!

 R-Widget ปุ่มติดต่ออัจฉริยะ Live Chat Chat Center

 

  • ใช้งบน้อยกว่า ไม่ต้องลงทุนเยอะเท่าทำหน้าร้าน และเริ่มทำได้ทันที เมื่อทุกอย่างอยู่ในโลกออนไลน์ แน่นอนว่าย่อมใช้งบการทุนที่ถูกลง คุณไม่จำเป็นต้องเช่าที่ เช่าร้านและตกแต่งร้าน ให้ดูสวยงาม แต่ปรับมาเป็นการเลือกโดเมน เลือกระบบที่รองรับการทำเว็บไซต์ออนไลน์ เลือกดีไซน์ของเว็บไซต์แทน อีกทั้งยังสามารถเริ่มทำได้ทันทีอีกด้วย เมื่อรู้ถึงความสำคัญของการมีเว็บไซต์ออนไลน์แล้ว ลำดับถัดมาจะเป็นเทคนิคหรือวิธีการทำให้สินค้าบนเว็บไซต์ออนไลน์น่าซื้อ ดึงดูดคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการซื้อของสินค้าและบริการขึ้นมา

 R-Shop แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ E-Commerce Online Store

 

7 ขั้นตอน ทำสินค้าบนเว็บไซต์ ให้น่าซื้อ

 

1. เทคนิคการใช้รูปภาพสินค้า สี หรือพื้นหลัง บนเว็บไซต์ออนไลน์

 

ลองคิดย้อนกลับไปว่า เวลาคุณกดเข้าเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อเลือกดู หรือสั่งซื้อสินค้าและบริการ เคยรู้สึกไหมว่ารูปภาพของเว็บไซต์นั้น ๆ ดูดึงดูดน่าซื้อ น่าสนใจ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการขายสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจัยการเลือกใช้รูปภาพและสีพื้นหลังของเว็บไซต์มีผลต่อการกดดูสินค้าต่อของคนเข้าชมเว็บไซต์ เว็บไซต์ออนไลน์ที่ดีควรเลือกใช้โทนสีในชุดเดียวกันหรือโทนสีใกล้เคียงกันเพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันและดูสะอาดตา แต่หากว่าธุรกิจของคุณมีหลากหลายโทนสี อาจจะลองหาสัดส่วนในการใช้สีที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ลายตาจนเกินไป อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงรูปของสินค้าที่จะต้องนำมาวางบนพื้นหลังของเว็บไซต์อีกด้วย

 

R-Shop สร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ e-commerce online store

 

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า สิ่งที่คุณอยากจะเน้นคือดีไซน์ ดีเทลของเสื้อผ้าแต่ละตัว รวมถึงสีของเสื้อผ้า รูปที่ใช้ควรแสดงองค์ประกอบโดยรวมของสินค้าให้ชัดเจน มีทั้งภาพเต็มตัว ภาพตอนสวมใส่ ภาพซูมรายละเอียดต่าง ๆ ดังนั้นการเลือกใช้พื้นหลังที่เป็นสีพื้นเรียบให้ตัวสินค้าดูโดดเด่นออกมา จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รู้สึกว่าเสื้อผ้าน่าสวมใส่ เห็นสีชัด ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น

 

2. การใช้เนื้อหาประกอบ คำบรรยายประกอบสินค้า ให้อ่านง่าย มี Bullet Point

 

“อยากทำให้สินค้าบนเว็บไซต์มีความน่าสนใจมากขึ้น และผู้เข้าชมเว็บไซต์ รู้จักข้อมูลของสินค้าเบื้องต้น” 

 

นอกจากที่เว็บไซต์ออนไลน์จะสามารถเลือกรูปที่คุณต้องการใส่เข้าไปได้แล้ว ยังสามารถใส่คำบรรยายของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้อีกด้วย ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รู้จักสินค้ามากขึ้น โดยสามารถเลือกใช้คำอธิบายที่สั้น กระชับ ได้ใจความ แนะนำให้เขียนเป็น Bullet Point (เขียนเป็นข้อๆ) สำหรับสินค้าที่มีจุดเด่นหลายอย่าง เพื่อให้คนอ่าน อ่านเข้าใจง่ายขึ้นและรู้สึกว่าไม่ยาวจนเกินไป 

 

ยกตัวอย่างธุรกิจให้บริการสปาและทรีทเมนต์ สามารถใช้คำพูดต่อไปนี้อธิบายบริการสั้น ๆ ได้

 

นวดน้ำมันอุ่น 60 นาที ราคา 1,500 บาท

 

  • นวดน้ำมันอุ่นสกัดจากพืชและดอกไม้ต่าง ๆ

 

  • ใช้น้ำมันกดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย คล้ายการนวดน้ำมันหอมระเหย

 

  • ความร้อนจากน้ำมันจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มลดความตึงเครียด

 

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคลายกล้ามเนื้อจากความเหนื่อยล้า

 

นอกจากคำบรรยายที่ใช้แล้ว การเลือก Font ก็สามารถช่วยทำให้เนื้อหาที่ประกอบอ่านง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ฟอนต์ที่มีหัวหรือเชิงจะให้ความรู้สึกว่าสินค้าหรือบริการ ดูทันสมัย หรือสามารถเลือกใช้ฟอนต์ลายมือหากต้องการแสดงถึงความเป็นมิตร

 

การเลือกฟอนต์สามารถสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของสินค้าหรือบริการออกมาได้ และที่สำคัญแนะนำว่าไม่ควรให้หน้าเว็บไซต์ออนไลน์มีมากกว่า 3 ฟอนต์ขึ้นไป อีกทั้งหากส่วนไหนสำคัญและต้องการเน้น สามารถเลือกใช้ตัวหนา ตัวเอียง หรือขีดเส้นได้ตามสมควร

 

3. ลูกค้า ‘ค้นหา’ ร้านเจอ เมื่อเลือกใช้คำที่เอื้อต่อ SEO

 

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ที่กำลังเริ่มต้น ธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงธุรกิจ SMEs ขนาดใหญ่ ก็หันมาให้ความสนใจกับการมีเว็บไซต์ออนไลน์เป็นของตัวเอง เนื่องจากในทุกวันนี้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้บริโภควิ่งหาข้อมูลของสินค้าด้วยตนเองจากการค้นหาผ่าน Search Engine เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้การปูทางให้ธุรกิจของตนเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ย่อมต้องอาศัยเว็บไซต์ออนไลน์ เพราะแพลตฟอร์มนี้ รองรับการทำ SEO ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

 

Readyplanet Website R-Web สร้างเว็บ ทำเว็บ รองรับ SEO

 

โดยเทคนิคการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาบน Google ที่นิยมที่สุดคือการเลือกใช้คีย์เวิร์ด (Keyword) ธุรกิจต้องทำการบ้านว่า สินค้าหรือบริการของคุณ มีคำไหนบ้างที่คนนิยม Search รวมไปถึงการสร้าง Content ที่มีคุณภาพ สดใหม่ หรือในรูปแบบ infographic ก็จะสามารถดึงดูดคนให้เข้ามาในเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

 

4. หลักในการสร้าง Promotion Popup สร้าง Call-to-Action ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

 

อีกหนึ่งเครื่องมือช่วยสร้าง Call-to-Action ให้กับสินค้าหรือบริการ ที่กำลังเป็นที่นิยม ถูกใช้อย่างแพร่หลายคือการสร้าง Promotion Popup เป็นเสมือนแบนเนอร์แจ้งประกาศ ข่าวสารหรือโปรโมชั่นต่าง ๆ โดยแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ เมื่อมีผู้กดเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์

 

ยกตัวอย่างเช่นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Promotion Popup ของ R-Widget หนึ่งในเครื่องมือในแพลตฟอร์ม R-Web จาก Readyplanet สามารถเพิ่มรูปภาพ ข้อมูล ตกแต่งสีและตั้งค่าการแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ได้ ช่วยทำให้สินค้าหรือบริการดูน่าสนใจขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้มากขึ้น  อีกทั้งยังสามารถดูสถิติของลูกค้าที่คลิก Popup เพื่อนำสถิติเหล่านั้นไปใช้วิเคราะห์ต่อไปในอนาคตได้

 

สำหรับเครื่องมือที่ช่วยสร้าง Call-to-Action ถือเป็นเครื่องมือการตลาดที่สำคัญมากกับธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอขายในออนไลน์ แต่ก็ยังมีหลายคนเข้าใจผิดหรือยังไม่รู้จักปุ่ม Call-to-Action มากพอ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 10 ข้อเข้าใจผิด เกี่ยวกับการใช้ Call-to-Action บนเว็บไซต์ คลิกที่นี่

 

 R-Widget Promotion Popup

5. เพิ่มยอดการขายด้วย Product Related

 

หลายธุรกิจมองว่าแค่ลูกค้ากดของใส่ตะกร้าสินค้า แล้วกดจ่ายเงินก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ทว่าอีกหลายธุรกิจไม่ได้มองแค่นั้น อีกเทคนิคที่สามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้อีกคือการใช้ Product Related ที่แปลได้ว่า สินค้าที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน มีลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์เพื่อเลือกซื้อโซฟาสำหรับแต่งห้อง หลังจากที่ลูกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงหน้าชำระเงิน ธุรกิจสามารถแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเข้าไปได้ เช่น ผ้าคลุมโซฟา, โต๊ะวางข้างโซฟา เป็นต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่าลูกค้าที่สนใจซื้อโซฟาอาจกำลังมองหาซื้อผ้าคลุมโซฟาหรือโต๊ะวางข้างโซฟาไปด้วยพร้อม ๆ กัน

 

6. เทคนิคการตั้งราคาให้น่าสนใจ ลงท้ายเลข 9 หรืออื่น ๆ

 

สำหรับการตั้งราคาให้น่าสนใจ หากตั้งได้ดีก็สามารถส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น การตั้งราคาให้ดูงดูดใจด้วยกลยุทธ์ลงท้ายด้วยเลข 9 เช่น 99, 199, 299 บาท แม้ในความเป็นจริง สินค้าจะใกล้เคียงกับ 100, 200 , 300 บาทก็ตาม จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาถูก ไม่แพง

 

อีกหนึ่งวิธีที่ถูกใช้ในการตั้งราคาคือการรวมค่าขนส่งให้อยู่ในราคาสินค้า หรือแยกค่าขนส่งออกจากราคาสินค้า ยกตัวอย่างเช่น เสื้อยืด ราคาตัวละ 350 บาท ค่าส่ง 30 บาท หากซื้อ 2 ตัวขึ้นไปจัดส่งฟรี ในกรณีนี้สามารถเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นได้ เพราะหากลูกค้าสั่ง 2 ตัวขึ้นไปจะไม่เสียค่าจัดส่งนั่นเอง

 

หรือถ้าธุรกิจของคุณขายสินค้าประเภท Luxuary ราคาแพง มีคุณภาพ อาจจะเลือกใช้เลขคู่เพื่อตั้งราคาเชิงจิตวิทยาให้ดูว่าสินค้าชิ้นนี้มีคุณภาพ เช่น 38,000 หรือ 85,000 เป็นต้น

 

เทคนิคการตั้งราคา R-Shop สร้างเว็บ ทำเว็บ Readyplanet

 

7. เลือกใช้ปุ่มบนหน้าเว็บไซต์ออนไลน์ให้ถูกวัตถุประสงค์

 

สำหรับเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีระบบหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เลือกใช้ มักจะมาพร้อมปุ่ม Call-to-Action โดยหน้าที่ของปุ่มนี้จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือขึ้นอยู่กับสินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอขาย ยกตัวอย่างเช่น

 

ปุ่มสำหรับสั่งซื้อ เช่น Shop Now (ซื้อเดี๋ยวนี้) / Order Here (ซื้อที่นี่) ปุ่มนี้เหมาะสำหรับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้เพียงแค่อ่านโปรโมชั่น คำอธิบาย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น เลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง เป็นต้น

 

ปุ่มแบบฟอร์มตอบกลับ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ลูกค้าใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อ และต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ เช่น ธุรกิจประกันชีวิต สถาบันสอนภาษา บริการระบบความปลอดภัย เป็นต้น

 

เห็นได้ชัดว่าการที่ธุรกิจมีเว็บไซต์ออนไลน์ของตัวเอง ให้ประโยชน์มากมาย ราวกับการสร้าง ‘บ้าน’ ให้กับธุรกิจของตนบนในโลกออนไลน์เลยทีเดียว 

 

สำหรับธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์ออนไลน์ หรือธุรกิจที่มีเว็บไซต์ออนไลน์อยู่แล้วแต่ไม่มีประสิทธภาพเท่าที่ควร แนะนำ R-Web แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ จาก Readyplanet ที่มาพร้อมเครื่องมือการตลาดแบบ All-in-One เหมาะสำหรับแบรนด์หรือธุรกิจที่ต้องการจะ Go Online แบบไร้ความกังวล ช่วยสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายดาย ทรงพลัง มีเครื่องมือการขายและการตลาดแบบ All-in-One ครอบคลุมทั้งการทำโฆษณา เว็บไซต์ ระบบลูกค้าสัมพันธ์ รวมถึงระบบหลังบ้าน การเก็บรวบรวมสถิติข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ 

 Readyplanet Marketing Platform

อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ด้วยระบบ Smart Theme ปรับแต่งเว็บไซต์เองได้ ไม่ต้องเขียน Code เองให้ยุ่งยาก ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ เพิ่มช่องทางการขายใหม่ ๆ เพราะเชื่อมต่อกับ R-Shop รองรับระบบร้านค้าออนไลน์ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขายสินค้าบนเว็บไซต์ ปิดการขายง่ายขึ้นด้วย R-Widget ปุ่มติดต่ออัจฉริยะ รวมทุกระบบแชทไว้ด้วยกันในปุ่มเดียว อีกทั้งยังรองรับการทำ SEO ติดการค้นหา และติดอันดับการค้นหาบน Google Search ได้ รองรับ Responsive Design ดูสวยทั้งบนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ปลอดภัยด้วย SSL (HTTPS) สร้างความมั่นใจเรื่องปลอดภัยให้กับลูกค้า อีกทั้งยังมีคอลเซ็นเตอร์คอบให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมงตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย

 

ในปี 2021 นี้ เทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างมากจากปี 2020 และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากภาวะความไม่แน่นอนของวิกฤต COVID-19 กระทบถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจไหนปรับตัวก่อนด้วยการเลือกเครื่องมือออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพย่อมได้เปรียบ

 

เพราะการมีเว็บไซต์ออนไลน์ไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทางในการขายให้กับสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการมีข้อมูลของลูกค้าไว้ในมือ ในธุรกิจทุกวันนี้ที่ Big Data เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เมื่อธุรกิจรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องนำเสนอขายอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ ยิ่งคุณรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำการตลาด โฆษณาให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น นำไปสู่การเพิ่มยอดขายได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง

 

R-Web เป็นมากกว่าแค่เว็บไซต์ ทรงพลังด้วยเครื่องมือการตลาดครบครัน

R-Web คือหนึ่งในเครื่องมือของ Readyplanet Marketing Platform ที่นอกจากจะทำเว็บไซต์ง่ายแล้ว ยังมาพร้อมเครื่องมือการตลาดแบบ All-in-One ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่วันแรก จนกลับมาซื้อซ้ำ และกลายเป็นลูกค้าประจำที่ผูกพันกับธุรกิจของคุณ

 

 

Updated: 02 February 2021 | Produced by: Dujnapa Chauthamcharoen