นักขายยุคใหม่ ปรับวิถีการทำงานอย่างไรให้ปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อกล่าวถึงวิถีการทำงานของพนักงานขายหรือเซลส์ ทุกคนต่างมีภาพจำว่าเซลส์ต้องมีการออกไปพบลูกค้าเพื่อไปนำเสนอสินค้าบริการ พบปะพูดคุยกับลูกค้า ตลอดจนสามารถนำมาซึ่งการปิดการขายกลับมาให้ได้ แต่ในปัจจุบันวิถีการทำงานแบบนั้นอาจจะไม่ได้มีให้เห็นเหมือนเดิม เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ลักษณะการทำงานที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น การพบเจอกับลูกค้ามีแนวทางหลากหลายมากขึ้น การสื่อสารหรือการส่งข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าแต่ก่อน  ดังนั้นเพื่อที่เซลส์จะยังสามารถบริหารจัดการงานขายให้มีประสิทธิภาพและปิดการขายให้ได้รวดเร็วขึ้นในยุควิถีการดำเนินชีวิตและการทำงานในยุคใหม่นี้ ควรมีการปรับวิถีการทำงานหลักๆ อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบในบทความนี้กันค่ะ

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 

การทำงานของทีมขายในอดีตและปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร?

การทำงานของเซลส์ยุคอดีตและยุคใหม่

ยุคอดีต

การทำงานของพนักงานขายหรือเซลส์ในอดีตนั้น  ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยียังไม่มีการพัฒนามากนัก ดังนั้นการขายสินค้าบริการ ก็จะเน้นไปที่การออกไปพบปะลูกค้า ซึ่งในแต่ละครั้งเซลส์ก็ต้องมีการเตรียมตัว วางแผนข้อมูลสินค้า และจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมากพกติดตัวไปด้วยเพื่อนำเสนอกับลูกค้าและเมื่อต้องการบันทึกข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า เซลส์ก็มักจะทำการจดลงสมุดหรือในโทรศัพท์มือถือก่อน จากนั้นก็นพมาบันทึกลงบนโปรแกรม Excel อีกทีเมื่อจบวัน แต่ก็มีรายละเอียดการทำงานอีกหลายอย่างที่วันนี้ เราจะลองมารีวิวกันค่ะ ว่าเซลส์ยุคก่อนๆ เค้ามีการทำงานกันอย่างไรบ้าง  เพื่อจะได้เป็นความรู้และประโยชน์แก่หลายๆ คนที่จะได้มองภาพการทำงานของเซลส์ยุคก่อนและได้เข้าใจว่าอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

  • การทำงานของอาชีพเซลส์ในยุคอดีต ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใดๆ มากนัก เน้นการทำหรือฏิบัติด้วยตัวเซลส์เอง
  • การเข้าพบลูกค้า เน้นการเข้าหาลูกค้าแบบ Face-to-Face หรือเป็นการนัดหมายเพื่อพบปะพูดคุยกันแบบตัวต่อตัว
  • การเก็บข้อมูลลูกค้า ขเอมูลการขายต่างๆ มักเก็บบันทึกไว้ในสมุด กระดาษ หรือ Spreadsheet  Excel หลายๆ ไฟล์ ส่งต่อกันไปมา
  • การประชุม มักเป็นการนัด ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ออฟฟิศ สำนักงานให้เช่า ร้านอาหาร เป็นต้น เช่น วางแผนการทำงานร่วมกัน รายงานความคืบหน้าของเซลส์แต่ละบุคคลหรือการประชุมเพื่อหาข้อสรุปร่วม
  • การทำใบเสนอราคา หรือเอกสารสำหรับเสนอขายต่างๆ จะทำขึ้นบน Excel Template จากนั้นบันทึกเอกสารและส่งผ่านอีเมลให้ลูกค้าหรือบางครั้งอาจต้องมีการปริ้นเอกสารเพื่อนำส่งให้ลูกค้าพิจารณา
  • การดูรายงานสถิติสำคัญต่างๆ ข้อมูลสรุปรายงาน ทีมขายหรือผู้จัดการฝ่ายขายต้องมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลที่มีมากมายและกระจัดกระจายในแต่ละส่วนก่อนนำมาประกอบร่างกันอาจใช้เวลานานรวมถึงมีความเสี่ยงทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน เช่น รายชื่อของลูกค้า ยอดขายที่แบ่งตามเซลส์ ตามพื้นที่ สรุปออกมาเป็นยอดขาย รายเดือน รายปี ฯลฯ

 

ยุคปัจจุบัน

เมื่อเดินทางมาถึงยุคปัจจุบัน ทุกคนทราบดีว่าเทคโนโลยีนั้นได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น กระบวนการทำงานและรูปแบบการทำงานของทีมขายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน การขายสินค้าหรือบริการต่างๆ ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังนั้น เราจึงขอสรุปการทำงานของเซลส์ขายในยุคปัจจุบันไว้ ดังนี้

  • การทำงานของทีมขายในยุคใหม่ มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้ง Digital Platform เข้ามาช่วยในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว สะดวก และรวดเร็ว
  • การเก็บข้อมูลของลูกค้า รายละเอียดต่างๆ จะถูกเก็บไว้บน Cloud ฐานข้อมูลเดียวกัน ที่มีความปลอดภัย เพื่อให้การค้นหาข้อมูลทำได้ง่ายและสามารถจัดการได้สะดวก คนในทีมขายสามารถดูฐานข้อมูลเดียวกันได้และพูดคุยกันได้แบบต่อเนื่อง
  • การนำเสนอสินค้าและบริการหรือแม้แต่การประชุมกันของทีมขายจะใช้การ Video Conference ผ่านโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Google Meet, Zoom, Microsoft Team หรือ Skype เป็นต้น
  • การติดตามการทำงานของทีมขาย ปัจจุบันทีมเซลส์ทำงานที่บ้านหรือ work from home เป็นส่วนใหญ่ แต่หัวหน้างานและผู้บริหารยังสามารถติดตามการขายได้อย่าง Realtime ง่ายดายและรวดเร็ว
  • การทำเอกสารใบเสนอราคา (Quotation) และใบแจ้งหนี้ (Invoice)  สามารถสร้างได้ง่าย ซึ่งใน CRM มีรูปแบบมาตรฐานเอกสารให้เลือกใช้และสามารถส่งออกเอกสารผ่านอีเมลได้ทันทีผ่านระบบ CRM
  • การดูรายงานสถิติสำคัญเกี่ยวกับการขายต่างๆ ดูได้ง่ายผ่าน R-Insights ไม่ต้องเสียเวลาดึง Reports หรือนั่งทำ Presentation สรุปยอดขายต่างๆ

 

 

 ทำไมทีมขายยุคใหม่ ควรใช้ R-CRM ในการจัดการงานขาย

จากหัวข้อข้างต้นที่เราได้แยกแยะให้ทุกท่านได้เห็นภาพเบื้องต้นแล้วว่า การทำงานของนักขายหรือเซลส์ในยุคอดีตและยุคปัจจุบันมีวิถีแนวทางการทำงานแบบไหน และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่ง การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คือ เซลส์ยุคใหม่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น อย่างเช่น R-CRM แพลตฟอร์มที่บริหารทีมขาย  ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถช่วยให้เซลส์ทำงานได้อย่างเป็นระบบ ลดเวลาในการจัดการข้อมูลและเอกสารมากมาย ที่สำคัญสามารถติดตามลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย ส่วนในมุมหัวหน้าทีมขายที่ต้องบริหารทีมขาย สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารทีมขาย เพิ่มเติมได้ที่บทความ ไขความเชื่อ บริหารทีมขายแบบดั้งเดิม vs แบบใช้เทคโนโลยีแบบไหนได้ผลกว่า? 

สำหรับในบทความนี้ เราลองมาเจาะลึก ดูในมุมมองของนักขายหรือเซลส์ ว่าในยุคปัจจุบัน มีการปรับวิถีการทำงานโดยมีการประยุกต์ใช้ R-CRM เข้ามาช่วยในการทำงาน สามารถช่วยให้เซลส์สามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างไรบ้าง และสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ตามเป้าได้จริงหรือไม่

 

1. การจัดการข้อมูล Lead อย่างเป็นระบบ

เมื่อเซลส์ มีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหรือผู้ที่สนใจในสินค้าและบริการมาจากช่องทางต่างๆ แล้ว เช่น จากทางหน้าเว็บไซต์, Line OA หรือ Facebook Messanger  ข้อมูล Lead เหล่านี้จะถูกส่งเข้าระบบ CRM โดยอัตโนมัติและไปปรากฏอยู่ในหน้า Lead inbox และเซลส์เองก็ยังสามารถเพิ่มข้อมูล Lead เข้าไปเพิ่มเติมเองได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็น Lead ที่มาจากช่องทาง Offline อื่นๆ ที่ไม่ได้มีการส่งต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น เจอลูกค้าที่งานอีเว้นท์ ลูกค้าโทรเข้ามาเอง เป็นต้น 

และเมื่อมีรายชื่อลูกค้าในระบบแล้ว เซลส์สามารถดำเนินการหรือจัดการขั้นตอนอื่นๆ ต่อ ด้วยการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ใน R-CRM เช่น

  • ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ ของ Lead ได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อ ฯลฯ 
  • ติดป้ายกำกับให้กับ Lead เพื่อจําแนกประเภทและความสําคัญของลูกค้า
  • เข้าไปดูรายการและรายละเอียด Leads แต่ละคนได้

 

r-crm lead inbox

 

2. การจัดการกระบวนการขายกับลูกค้า ตั้งแต่ต้นจนจบ (Sales Pipeline)

จะดีมากแค่ไหน ถ้าเรามีเครื่องมือที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการการขายในแต่ละขั้นตอน หรือเรียกอีกอย่างว่า Sales Pipeline ซึ่งก็คือ ขั้นตอนการขายหรือกระบวนการขาย หรือ Sales Stage โดยขั้นตอนเหล่านี้จะเริ่มตั้งแต่การเก็บข้อมูลลูกค้า การเสนอขาย การต่อรอง การสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ไปจนถึงการปิดการขาย

ซึ่ง Sales Pipeline จะช่วยบอกเซลส์ว่า ลูกค้าแต่ละคนกำลังอยู่ในขั้นตอนไหน เซลส์มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าไปถึง Step ไหนแล้ว สามารถปิดการขายได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อที่เราจะได้วางแผน บริหารจัดการกับลูกค้าเพื่อผ่านแต่ละ Stage ได้อย่างเหมาะสม จนกระทั่งไปถึง Stage การปิดการขาย และสุดท้าย R-CRM ยังสามารถวัดผลการขาย เพื่อปรับกลยุทธ์การขายให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้อีกด้วย

  • ติดตามการขายของลูกค้าในแต่ละวัน
  • ใช้ข้อมูลในแต่ละขั้นตอน มาวางแผน ปรับกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถปิดการขายได้เร็วขึ้น
  • ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของการทำงาน และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด

 

 

 

3. การสร้างใบเสนอราคา

ขั้นตอนการทำใบเสนอราคานี้ หากเคยทำบน Excel เซลส์หลายๆ ท่านก็คงมีเบื่อกันบ้าง เพราะไหนจะต้องตั้งค่ากระดาษ ตั้งค่ารายละเอียดต่างๆ ทำให้ยุ่งยากและเสียเวลาอย่างมาก ดังนั้นการใช้ R-CRM ซึ่งมีฟีเจอร์สร้างใบเสนอราคา และใบแจ้งหนี้ได้เลยผ่านระบบ นับว่าช่วยเซลส์ประหยัดเวลาการทำงานไปได้อีกเยอะเลย เพราะระบบมีแบบฟอร์มสำเร็จรูปมาให้เสร็จสรรพครบครัน สามารถเลือกเพิ่มข้อมูลสินค้า บริการได้ทันทีจากระบบ กรอกข้อมูลเพิ่มเติมได้ง่ายดาย ใส่ราคาสินค้า จากนั้นระบบก็จะคำนวณยอดรวม ตัวเลขต่างๆ มาให้เรียบร้อย จัดการเพียงพริบตาจริงๆ

 

r-crm quotation 

4. การส่งอีเมลผ่านระบบได้ทันที 

จากที่ได้กล่าวในข้อ 3. ข้างต้นไปแล้วว่าเมื่อเซลส์สร้างใบเสนอราคาเสร็จแล้ว ก็สามารถส่งอีเมลได้เลยทันทีผ่าน R-CRM ซึ่งฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อให้เซลส์ขายสามารถส่งเมลหาลูกค้าได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นไม่ต้องเสียเวลาสวิตช์โปรแกรมไปมา แถมยังมีแบบฟอร์มอีเมลให้เพื่อไกด์ไลน์อีกด้วย เซลส์สามารถเพิ่มไฟล์เอกสาร ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ หรืออัปโหลดเอกสารอื่นๆ ได้ง่ายที่สำคัญเซลส์ยังสามารถรู้ได้ว่าลูกค้าเปิดอ่านอีเมลนั้นแล้วหรือยัง เพื่อที่เซลส์จะได้ติดตามและพูดคุยกับลูกค้าต่อได้อย่างราบรื่น เห็นมั้ยคะ จัดการง่ายเพียงปลายนิ้วจริงๆค่ะ

 

 

5. การตั้งแจ้งเตือนนัดหมายสำคัญต่างๆ ไม่ลืมนัดลูกค้าแน่นอน

แน่นอนว่าการนัดเจอหรือนัดพูดคุย เพื่อติดตามลูกค้า ก็คือหน้าที่หลักของเซลส์ ดังนั้นเมื่อก่อนที่จากต้องจดนัดหมาย เตือนความจำตัวเองลงในสมุดจด หรือโทรศัพท์ เมื่อต้องปรับวิถีการทำงาน ก็เพียงแค่เปลี่ยนมาตั้งค่าแจ้งเตือนต่างๆ ผ่าน R-CRM ได้ ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนนัดหมาย แจ้งเตือนการติดตามลูกค้า หรือแจ้งเตือนการทำงานที่สำคัญต่างๆ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เซลส์จัดการรายการขายในแต่ละวัน เพื่อได้ง่ายขึ้นเพื่อการติดต่อลูกค้าครั้งถัดไปและเซลส์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของเซลส์เองด้วย

 

r-crm reminder 

6. การดูรายงานสถิติสำคัญต่างๆ ผ่าน R-Insights 

R-CRM ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เซลส์ขายทำงานง่ายขึ้นเพียงอย่างเดียวแต่ยังมี R-Insights รายงานการขายสำคัญต่างๆ ที่ช่วยให้เซลส์ได้รู้จักวิเคราะห์ยอดขาย ผลลัพธ์ ผลงานการทำงานของตนเองอยู่เสมอ เพื่อสามารถนำมาปรับปรุง วางแผนพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ปิดการขายได้มากขึ้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องมานั่งเสียเวลาทำ Report นาน ๆ อีกต่อไป

และในส่วนของ ผู้จัดการฝ่ายขาย ก็สามารถทำงานง่ายขึ้นด้วย เมื่อต้องการดูประสิทธิภาพการทำงานของเซลส์แต่ละคนสามารถดูได้ทันที ที่ R-Insights แหล่งรวบรวมข้อมูลทางสถิติ รายงานข้อมูลการขายที่สำคัญต่างๆ ในทุกมิติ สามารถดูได้ว่าเซลส์ขายแต่ละคนหาลูกค้าใหม่ได้ที่คน มีลูกค้าที่อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอที่คน ต่อรองที่คน ปิดการขายได้เท่าไหร่ เหตุผลที่ไม่สามารถปิดการขายได้ สินค้าอะไรขายดีที่สุด ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาทำ Report เพื่อใช้ในการประชุมกันภายในทีมขายได้ และหัวหน้าทีมก็จะได้นำมาปรับแผนในการพัฒนาทีมงานหรือแนะแนวทางการทำงานที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นต่อไป

 

r-insights-daily lead activity

r-insights lead by campaign

r-insight performance by products

สรุป

ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อการทำงานอยู่เสมอ แต่สิ่งสำคัญคือเรามีการปรับวิถี ปรับตัวอย่างไร เช่นกับกับอาชีพนักขายหรือเซลส์ ที่ควรมีศักยภาพในการปรับตัวเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ ทำอย่างไรให้มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่ๆ ทำให้ลูกค้าประทับใจในการติดต่อจากเรา และที่สำคัญคือสามารถปิดการขายได้ตามเป้า ในขณะเดียวกันต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ด้วย

ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทีมขายของคุณ เพื่อให้ตอบโจทย์วิถีการทำงานของเซลส์ยุคใหม่ได้ด้วยเครื่องมือ R-CRM ของ Readyplanet Marketing Platform ครบครันด้วยฟีเจอร์หลากหลาย ช่วยให้เซลส์ทำงานง่ายขึ้น คล่องตัวมากยิ่งขึ้นเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบเดิมที่ล้าหลังให้ทันสมัย ช่วยซัพพอร์ตการตลาดออนไลน์ได้แบบครอบคลุม หากคุณคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจของคุณควรหันมาปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการทีมขายใหม่ด้วยระบบ R-CRM ให้ Readyplanet Marketing Platform คือตัวเลือกแรกที่คุณมองหา

 

 

R-CRM หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ Readyplanet Marketing Platform 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement

 

 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี