วิธีวิเคราะห์ Sales Pipeline ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจคุณ

ลูกค้าแต่ละราย ทีมขายหรือเซลส์ต่างก็มีวิธีการเข้าหาหรือนำเสนอการขายที่แตกต่างกัน ลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักสินค้าเรา กับลูกค้าที่เคยเห็นโฆษณาของเราแล้ว ก็ย่อมมีพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้วิธีที่เหมือนกันอาจไม่สามารถดึงดูดลูกค้าทั่วไปให้มาเป็นลูกค้าตัวจริงได้เสมอไป ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วยการขายให้มีแบบแผนแบบนักขายมืออาชีพ มีการจัดการที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทีมขาย นั่นก็คือ Sales Pipeline ระบบที่ใช้สำหรับการวางแผนการขายให้เป็นขั้นตอน หรือ Stage ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวกระโดดไปได้ไกลมากขึ้น บทความในวันนี้เรามี วิธีวิเคราะห์ Sales Pipeline ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจคุณ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้สามารถนำไปสู่การปิดการขายอย่างได้ผลได้

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 

ทำไมต้องเข้าใจ Sales PIpeline สำหรับธุรกิจ

Sales Pipeline คือ ระบบวางแผนการขายให้ทีมเซลล์รวมถึงผู้จัดการฝ่ายขายบริหารการขายได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Sales Pipeline ถูกออกแบบมาเป็นขั้นตอน (Stage) ต่างๆ ที่สอดคล้องกับธุรกิจ ตั้งแต่การเก็บข้อมูลลูกค้าใหม่ การนำเสนอการขาย การต่อรอง และปิดการขาย ซึ่งการเข้าใจ Sales Pipeline จะช่วยให้เราวางแผนการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้นด้วยว่า ลูกค้าในแต่ขั้นตอน เราควรใช้วิธีขายอย่างไร เพื่อให้ปิดการขายให้ได้มากที่สุด

 

rcrm lead inbox with sales pipeline steps

 

ความสำคัญของ Sales Pipeline สำหรับธุรกิจยุคปัจจุบัน

เคยสงสัยไหมว่า จำนวนลูกค้าที่ไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าคิดเป็นเท่าไหร่ หากคิดเป็นยอดขาย รวมๆ แล้วสามารถสร้างกำไรได้กี่เปอร์เซ็นต์ บางทีการกระตุ้นการขายกับกลุ่มลูกค้านี้ อาจจะสร้างรายได้ได้มากกว่าการไปหาลูกค้ารายใหม่เสียอีก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถรู้ได้ผ่าน Sales Pipeline ที่จะช่วยให้ระบบการขายมีประสิทธิภาพ มองเห็นภาพรวมการขายได้อย่างครอบคลุม ช่วยให้เราเห็นจุดที่ต้องผลักดัน เสริมกลยุทธ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากยิ่งขึ้น หากไม่มี Sales Pipeline อาจจะทำให้เรามองภาพการขายทั้งหมดได้ยาก ใช้การคาดเดา หรือความรู้สึกเป็นหลัก ไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำคัญ ทำให้การทำงานขายมีความคลุมเครือ วางแผนการขายที่ไม่ชัดเจนหรือแม่นยำพอ ซึ่งส่งผลกระทบยอดขายที่ไม่ดีตามมาได้

 

ประโยชน์ของการเข้าใจ Sales Pipeline ต่อทีมขายหรือเซลส์

หลายคนอาจสงสัยว่า Sales Pipeline จะส่งผลดีต่อการทำงานขายได้มากกว่าการไม่มี Sales Pipeline ได้มากแค่ไหน เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราเลยขอพูดถึงประโยชน์ที่ทีมขายหรือเซลล์จะได้ หากเข้าใจ Sales Pipeline มากยิ่งขึ้น

 

1. ช่วยจัดการ บริหารลูกค้าได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลูกค้ามาจากหลายที่ และมีความต้องการ รวมถึงพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป การนำเสนอการขาย หรือโปรโมชั่นก็มีความแตกต่างกัน หากเราใช้ Sales Pipeline ในการแบ่ง Stage ลูกค้าก็จะช่วยให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น นำเสนอวิธีการขายรวมถึงวิธีการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม และยังสามารถติดตามลูกค้าแต่ละคนได้อย่างง่ายขึ้น ไม่มีการตกหล่น รวมถึงตรวจสอบข้อมูลการขาย การจัดส่งสินค้า และยอดขายของลูกค้าแต่ละขั้นตอนได้ง่ายดาย อีกทั้งช่วยให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องค้นหาไฟล์ Excel ให้ยุ่งยากอีกต่อไป แต่เข้าใจการขายทั้งหมดและลูกค้าทุกคนผ่าน Sales Pipeline ที่เดียว

 

2. ช่วยทีมงานทำงานขายไปในระบบเดียวกัน ทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

 

sales team working

 

ในเรื่องการขาย เราใช้ทั้งทรัพยากรเรื่องคน งบประมาณ และสินค้าสำหรับการขาย บางครั้งเรามักจะเจออุปสรรคในการขายมากมาย (สามารถอ่านบทความ 8 แนวทางแก้ปัญหา เมื่อเซลส์เจออุปสรรคในกระบวนการขาย ได้ที่นี่) ซึ่งอุปสรรคเหล่านั้นมักมาในรูปแบบของการบริหารทีมขายได้อย่างไม่ลงตัว ไม่รู้ว่าใครทำอะไรอยู่ ทำให้เกิดการทำงานทับซ้อน หรือบางทีติดตามไม่ได้ว่า ลูกค้าคนนี้มีใครที่กำลังดูแลอยู่ แต่งานขายจะง่ายขึ้นมาก หากเรามี Sales Pipeline เป็นแกนกลางในการทำงาน ทุกคนก็จะทำงานรวมถึงดูแลลูกค้าตามสเตทใน Sales Pipeline ช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น 

 

3. ช่วยให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น รู้วิธีการขายที่เหมาะสมของลูกค้าในแต่ละสเตท

Sales Pipeline จะช่วยให้เราเห็นข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น และที่ดีไปกว่านั้นคือ เป็นข้อมูลที่ถูกแบ่งกลุ่มตาม Sales Pipeline ไม่ต้องมารวมข้อมูลทั้งหมด มานั่งกรอง และคัดแยกให้เสียเวลา แต่เราสามารถให้วิเคราะห์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ทันที และนำไปต่อยอดในเชิงการตลาดและกาขายที่เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้มากขึ้นต่อไป

 

 

ประโยชน์ของการเข้าใจ Sales Pipeline ต่อผู้บริหารและผู้จัดการฝ่าย

การเข้าใจ Sales Pipeline ไม่ได้มีประโยชน์แค่ต่อพนักงานขายเท่านั้น แต่ระดับผู้บริหารหรือหัวหน้าฝ่ายขาย ก็ยิ่งได้ประโยชน์เช่นกันเพียงแต่อาจจะเป็นคนละมุมมองจากทีมขายหรือเซลส์แต่จุดประสงค์และเป้าหมายการขายเดียวกัน  และนี่คือประโยชน์ของ Sales Pipeline ที่มีต่องานระดับบริหาร

1. มองเห็นภาพรวมและข้อมูลการขายที่สำคัญผ่าน Sales Pipeline

Sales Pipeline จะช่วยให้เข้าใจการขายในเวลานั้นได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ความพิเศษของ Sales Pipeline คือ มีการแบ่ง stage ต่างๆ เอาไว้ ที่เหมาะสม ยืดหยุ่น สอดคล้องกับธุรกิจ และพฤติกรรมของลูกค้า ช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้จัดการฝ่ายขายเห็นข้อมูลสำคัญในแต่ละ stage ของลูกค้าแต่ละราย เมื่อเจอปัญหาก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ไม่เสียเวลาย้อนดูข้อมูล หรือคอยสอบถามที่มาที่ไปของปัญหาจากทางทีมขาย

 

2. วางกลยุทธ์และแผนการขายได้อย่างแม่นยำขึ้น

 

sales team palnning

 

การวางกลยุทธ์ไม่จำเป็นต้องรอยอดขายจนหมดเดือน หรือต้องออกมาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายให้ยุ่งยากจนกลายเป็นว่าวางแผนไม่ทัน การใช้ Sales Pipeline ในการบริหารการขาย จะช่วยให้ผู้จัดการทีมขาย หรือผู้บริหาร เห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น และชัดขึ้น ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏใน Sales Pipeline จะเป็นข้อมูลสำคัญ ที่จะช่วยในเรื่องการวางกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมในแต่ละ stage อย่างแท้จริง ส่งผลให้วางกลยุทธ์ที่นำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับสถานการณ์ของธุรกิจมากขึ้น

 

 

วิธีการบริหาร Sales Pipeline เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขาย

เราได้เห็นความสำคัญ และประโยชน์ของการเข้าใจ Sales Pipeline กันมาแล้ว เพื่อให้การขายที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นจริง ต่อไปเลยขอแนะนำวิธีการสร้าง รวมถึงการบริหาร Sales Pipeline เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายให้กับธุรกิจของขึ้นได้มากขึ้นและง่ายขึ้น

 

1. ไปที่การตั้งค่า เพื่อสร้าง Sales Pipeline

Log-in เข้าสู่ระบบหลังบ้าน R-CRM แล้วคลิกไปที่คำว่า “ตั้งค่า” หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมา ให้เราเลือกที่คำว่า “จัดการ Pipeline”

 

rcrm จัดการ Lead Pipeline

 

 

2. ออกแบบ Sales Pipeline แต่ละขั้นตอนให้สอดคล้องกับธุรกิจ

หลังจากนั้น จะมีหน้าต่างการสร้าง Sales Pipeline ขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม “สร้าง Sales Pipeline” จะเห็นว่าระบบได้มีการสร้าง Sales Pipeline แบบอัตโนมัติไว้แล้วเบื้องต้น 4 ขั้นตอน ในแต่ละขั้นตอน เราสามารถเข้าไปแก้ไขชื่อขั้นตอนให้ตรงตามธุรกิจเราได้ หรือจะใช้แบบที่ระบบสร้างขึ้นมาให้ก็ได้ หากมองว่า สามารใช้ได้กับธุรกิจของเรา และที่สำคัญอย่าลืมตั้งชื่อ Sales Pipeline ไว้ด้วย เพื่อเราจะได้เรียกใช้งานได้อย่างถูกต้อง เมื่อเราใส่ข้อมูลต่างๆ เรียบร้อย ก็กด “บันทึก”

 

rcrm setting เพิ่ม pipeline

 

rcrm แก้ไขชื่อขั้นตอน Sales Pipeline

 

3. นำ Sale Pipeline มาใช้จริง

เมื่อเราสร้าง Sales Pipeline เสร็จแล้ว ก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย โดยกลับมาที่หน้า Leads และเลือก Sales Pipeline ที่เราจะใช้งานตรงมุมด้านซ้าย หลังจากนั้นในหน้านี้ก็จะปรับให้ตรงกับ Sales Pipeline ที่เราเลือกตาม stage ต่างๆ ที่เราสร้างไว้ อย่างเช่นในตัวอย่าง ก็จะเห็นว่า มี 4 ขั้นตอน คือ เปิดการขาย นำเสนอ ต่อรอง และปิดการขาย

 

rcrm การนำ sales pipeline มาใช้งานในการขาย

 

 

4. วิเคราะห์ Sales Pipeline ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

เมื่อเรานำ Sales Pipeline มาใช้งาน จะเห็นว่าใน R-CRM จะมีรายชื่อลูกค้าแสดงอยู่ในหน้า Lead Inbox และ Lead แต่ละรายก็อยู่ในขั้นตอนต่างๆ ช่วยให้เซลส์สามารถบริหารได้ Lead ของตัวเองได้ง่ายขึ้น สามารถวิเคราะห์ดูได้เลยว่า ขั้นตอนไหนมีลูกค้าตกค้างเยอะ หรือลูกค้าคนไหนติดอยู่ในขั้นตอนใดมากเกินไป เราก็จะสามารถเข้าไปแก้สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง เข้าไปติดตามได้อย่างถูกจังหวะ เช่น มีลูกค้าคนหนึ่งติดอยู่ในสถานะต่อรองมาเกือบ 3 สัปดาห์ เราอาจจะทักเข้าไปถามปัญหา หรืออาจใช้วิธีนำเสนอโปรโมชั่นที่พิเศษสำหรับเขาไปเลยก็ได้ เมื่อเราเห็นสิ่งนี้ อาจจะเปลี่ยนลูกค้าที่แค่สนใจ ให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้ในเวลาไม่กี่นาที หรือตอนนี้มีลูกค้าใหม่ เข้ามาเป็นจำนวนมาก เซลส์อาจจะต้องทำการวิเคราะห์ วางแผนจัดลำดับความสำคัญในการโทรแนะนำเบื้องต้น และประเมินการติดตามลูกค้าในขั้นตอนต่อไป เป็นต้น

 

rcrm sales pipeline new lead

 

rcrm sales pipeline negotiate

 

 

สรุป

Sales Pipeline เป็นระบบบริหารการขายที่เหมาะสมกับยุคนี้อย่างมาก จะช่วยให้การขายของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยให้เราวางแผนหรือกลยุทธ์ที่ตรงตามพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถแก้ปัญหาการขายในแต่ละสเตทได้อย่างทันท่วงที ซึ่ง Sales Pipeline นั้นมีประโยชน์ทั้งในมุมของพนักงานขายที่จะบริหารจัดการลูกค้าได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้บริหาร หรือผู้จัดการการขายก็จะมองเห็นภาพรวมได้ง่ายและชัดขึ้น พร้อมสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับธุรกิจได้อย่างแม่นยำกว่าเดิม

หากคุณใช้ R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ด้วยการสร้าง Sales Pipeline ได้ด้วยตัวเอง มีความยืดหยุ่นตามโครงสร้างธุรกิจ และสามารถนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาวิเคราะห์ได้อย่างมีแบบแผน แน่นอนว่าการขายของธุรกิจคุณจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้และเกิดเป็นยอดขายของธุรกิจได้อย่างแน่นอน 

 

 

สมัครใช้งาน Readyplanet R-CRM 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement

 

 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี