วิธีเลือกคีย์เวิร์ด SEO อย่างไรให้เพิ่มลูกค้าใหม่

หากธุรกิจของคุณต้องการสร้างยอดขายให้เติบโตและทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น การทำการตลาดที่ใช่และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ๆ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมหรือจุดประสงค์ จากนั้นจึงจะวัดผลได้ว่า การลงทุนหรือการตลาดที่ทำไปได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ และยิ่งธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์ของบริษัทที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ยิ่งง่ายต่อการทำให้ลูกค้าใหม่ ๆ ตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าหรือบริการนั้นหรือไม่อีกด้วย และเว็บไซต์เองยังสามารถเพิ่ม SEO keywords เพื่อช่วยให้ติดเสิร์ชหรือผลการค้นหา ส่งผลดีกับเว็บไซต์ระยะยาวในอนาคต ซึ่งการเลือก SEO keywords นั้นมีหลายปัจจัยสำคัญด้วยกันที่ช่วยให้ Google จัดอันดับเว็บไซต์ว่ามีคุณภาพและอัลกอริทึ่มจะนำไปแสดงผลที่หน้าแรกของการค้นหา

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ความสำเร็จในการทำ SEO ระยะยาวเริ่มจากขั้นตอนการเลือก SEO Keywords

ก่อนที่จะไปทำความเข้าใจกับเทคนิคในการเลือก SEO Keywords นั้น ควรทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายของสินค้ากันก่อน การเข้าใจ Marketing Funnel จะช่วยให้ทราบถึงการซื้อสินค้าว่ามีรูปแบบในการค้นหาข้อมูลบนออนไลน์อย่างไร และเราจะเข้าไปกระตุ้นคนกลุ่มนี้ด้วยสินค้าหรือบริการที่ขั้นตอนไหน หรือทำอย่างไรกันบ้างด้วย SEO keywords

 

Keywords

 


ทำ SEO ต้องเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าของคุณผ่าน Marketing Funnel

 

marketing funnel

 

Merketing funnel อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ กระบวนการที่ใช้ทำความเข้าใจผู้บริโภคว่ามีขั้นตอนอย่างไรก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เพื่อช่วยให้การตลาดมีประสิทธิภาพและสร้างยอดขายที่ดีให้กับธุรกิจได้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก เกิดการรับรู้และซื้อสินค้าจบเท่านั้น แต่ยังต้องคิดต่อไปอีกว่าจะทำอย่างไรที่จะให้คนเหล่านี้กลับมาซื้อสินค้าอยู่เสมอ หรือทำอย่างไรเพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้โดยที่ใช้งบโฆษณาอย่างคุ้มค่าที่สุด ดังนั้น Marketing funnel ที่เจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดออนไลน์ต้องรู้เพื่อหาลูกค้าที่ใช่ มีดังนี้

1. Awareness stage คือ ขั้นตอนการรับรู้แบรนด์ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้น แน่นอนว่าหาเป็นธุรกิจใหม่ คุณไม่สามารถทำให้คนทั่วไปมารู้จักสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้หากไม่เริ่มการโปรโมทเพื่อสร้าง awareness ซึ่งอาจทำได้ทั้งการใช้โฆษณาบนออนไลน์แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, YouTube และโปรโมทบนเว็บไซต์เพื่อให้ผู้คนค้นหาด้วยการเสิร์ช เป็นต้น

2. Interest stage คือ ขั้นที่ลูกค้าเริ่มสนใจ เริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยสามารถเพิ่ม call to action เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น ฝากเบอร์ติดต่อหรืออีเมลเพื่อให้ทางบริษัทติดต่อกลับ รวมถึงการมีข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ครบถ้วน สวยงาม แพลตฟอร์มของแบรนด์ที่ครบถ้วนน่าเชื่อถือ ยิ่งเป็นเว็บไซต์และกลุ่มเป้าหมายเป็น B2B คือกลุ่มธุรกิจด้วยกันยิ่งได้เปรียบ

3. Consideration stage คือ ขั้นที่เริ่มคิดถึงแบรนด์ เริ่มทำการเปรียบเทียบธุรกิจของคุณกับคู่แข่งว่าสิ่งไหนที่คุ้มค่ากว่ากัน ดังนั้นเพื่อรองรับขั้นตอนนี้ แบรนด์ควรระบุรายละเอียดสินค้าและบริการให้ชัดเจนว่า ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าของคุณอย่างไร สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้น ควรมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบเช่นเนื้อหาบนเว็บไซต์ อินโฟกราฟิก วิดีโอสาธิตการใช้งาน เป็นต้น

4. Decision (Purchase) คือ ขั้นที่ลูกค้าทำการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า หลังจากที่กลุ่มเป้าหมาย ได้ทำความรู้จักสินค้าทั้งหมดและเปรียบเทียบแล้ว จะนำไปสู่ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ จุดนี้เป็นส่วนสำคัญที่ธุรกิจของคุณควรทำคะแนนให้ดีกว่าคู่แข่ง เช่น หากสินค้ามีคุณภาพที่ดีใกล้เคียงกัน อาจเพิ่มข้อดีในเรื่องของการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ที่ง่าย หรือมีโค้ดส่วนลด โปรโมชันอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดใจ รูปแบบของร้านค้าออนไลน์ของคุณจะเป็นตัวช่วยกำหนดในส่วนนี้ได้

5. Retention คือ ขั้นตอนที่แบรนด์จะสื่อสารกับลูกค้าเดิมเพื่อให้คนเหล่านี้กลับมาซื้อซ้ำ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าช่วยกระตุ้นยอดขายนั่นเอง ดังนั้นหากธุรกิจของคุณสามารถดึงคนเหล่านี้เข้ามาที่หน้าร้านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Facebook, Instagram หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าลืมช่องทางในการเก็บรายชื่อหรือเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อนำเสนอการขายใหม่ เช่น โปรโมชั่นที่ดี หรือแพ็กเกจสินค้าที่ตรงตามลูกค้าแต่ละคนต้องการ เช่น การทำ E-mail Marketing, การ Boardcast ใน LINE OA ว่ามีสินค้าใหม่ หรือจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ เป็นต้น

 

เลือก SEO keywords อย่างไรให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย?

ปัญหาโลกแตกอีกอย่าง หลังจากที่ทราบว่า SEO keywords นั้นดี แต่จะเลือกอย่างไรให้ใช่และโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องอธิบายก่อนว่า การทำงานของ Search Engine (เช่น หน้าแรกของ Google) คือจะหา keyword ที่มีคุณภาพและวิเคราะห์จากเว็บไซต์นั้น หากมี traffic การเข้าเว็บและอยู่นานไปจนถึงขั้นตอนท้าย ๆ เช่น กดสั่งซื้อสินค้า อัลกอริทึ่มก็จะมองว่าเป็นเว็บไซต์ที่ได้คุณภาพ และเมื่อมีการค้นหาคำเหล่านั้นซ้ำ ๆ เป็นจำนวนมาก Search Engine จะเพิ่มการมองเห็นและจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้ตามหลักการ

ซึ่งจากการวิจัยพบว่า “71.33% ของการเสิร์ชจะทำการคลิกผ่าน Organic results ในหน้าแรก หรือที่เรียกว่าการคลิกแบบไม่ได้ใช้โฆษณาช่วยเพิ่มการมองเห็น และ 5.59% คลิกไปยังหน้าที่ 2-3 ของ search engine ในขณะที่โฆษณาจะได้รับการคลิกเพียง 15% ของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานเหล่านี้จะคลิกจากสิ่งที่ต้องการหรือคำที่ค้นหาลงไปนั่นเอง”

 

seo-ctr-vs-ranking

 

แล้วเราจะวางกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มการติดอันดับค้นหาและสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจของคุณเหนือกว่าคู่แข่งอย่างไร เริ่มได้จากปัจจัยเหล่านี้

1. SEO Keywords ที่ดีต้องมี conversion สูง: Conversion คือมีอัตราการเปลี่ยนของผู้ชมป็นผู้ซื้อสูง หากใช้คำที่ช่วยเปลี่ยนให้เกิด conversion จะช่วยกระตุ้นการสั่งซื้อสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน keywords ที่ช่วยเพิ่มการซื้อ เช่น คำที่แสดงความต้องการที่ชัดเจน โดยการพิมพ์คำที่ระบุยี่ห้อ รุ่น ไปเลย เช่น นาฬิกา, รถยนต์, กระเป๋า หรือมีคำว่า ซื้อ, ขาย, จอง, ราคา เป็นต้น

2. SEO Keywords ที่ดีต้องมี search volume มากเพียงพอ: Search volume คืออัตราการค้นหาของคำนั้น ๆ ว่ามีเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนการเสิร์ชมากเพียงพอสำหรับประเภทของธุรกิจนั้นหรือไม่ หากมีการเสิร์ชที่น้อยไปอาจทำให้โอกาสในการค้นคำนั้นมีไม่เพียงพอ หรือหากมีอัตราการเสิร์ชที่สูงมากอาจต้องไปบิดราคาแข่งกับแบรนด์คู่แข่ง ทำให้มีโอกาสเห็นได้ยาก เป็นต้น ดังนั้นควรเลือกที่มีการค้นหามากเพียงพอในทุก ๆ คำที่ใช้

3. SEO Keywords ที่ดีต้องอยู่กับธุรกิจไปได้อีกนาน: หมายถึง keyword ที่เลือกใช้ควรเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการโดยตรงในระยะยาว ไม่ใช่ keyword สินค้าเทศกาลหรือขายครั้งเดียวจบ เนื่องจาก Google ใช้เวลาในการประมวลผล หากเว็บไซต์ได้คุณภาพจะทำได้ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกไปอีกนาน

4. SEO Keywords ที่ดีต้องเป็นคำที่ใช้ตามธรรมชาติของกลุ่มเป้าหมาย: บางครั้งเราคำนึงถึงการพิมพ์คำที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ทราบหรือไม่ว่า ผู้ใช้งานจริงมักพิมพ์ตัวสะกดหรือวรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง ดังนั้นควรเผื่อการค้นหาที่มีโอกาสพิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสได้เช่นกัน

5. SEO Keywords ที่ดีต้องมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับคู่แข่งเพื่อติดอันดับดีขึ้นได้: แน่นอนว่ามีหลายแบรนด์ในท้องตลาดที่เราต้องไปแข่งขันและแสดงผลให้กลุ่มลูกค้ามากมาย ซึ่งขั้นตอนในการวิเคราะห์ว่าคำนั้นแข่งขันได้หรือไม่ ต้องใช้ tools หรือโปรแกรมในการตรวจสอบ โดยวิเคราะห์เป็นตัวเลข รวมถึงต้องทำเว็บไซต์ให้ได้คุณภาพด้วย อีกประเด็นหนึ่งคือ ลองเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนที่ได้ในการแข่งขัน เช่น หากซื้อโฆษณา Google และเลือก keywords ที่มีการเสิร์ชสูง แข่งขันสูง เมื่อมีการคลิกซื้อสินค้าจะได้มูลค่ากลับมาคุ้มค่ากับเงินที่ลงไปหรือไม่

 

เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด SEO Keywords เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

เพื่อที่จะตอบกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมข้างต้นที่กล่าวไปในการค้นหาข้อมูลสินค้าต่าง ๆ รวมถึงการเสิร์ชรีวิวเพื่อความแน่ใจของคนเหล่านั้นแล้ว ฝั่งของแบรนด์เองสามารถทำหน้าที่สร้างร้านค้าให้มีประสิทธิภาพได้ หรือหา keyword ที่ตอบโจทย์ที่ช่วยให้คนเหล่านั้นสนใจและคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณได้เช่นกัน Readyplanet ขอแนะนำการทำ SEO โดยใช้โปรแกรมค้นหา SEO keywords ที่ได้ประสิทธิภาพ ที่สำคัญเป็นโปรแกรมฟรี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือเจ้าของธุรกิจที่มีเว็บไซต์

 

  • Google Keyword Planner

เป็นเครื่องมือยอดนิยมที่ใช้สำหรับการทำ Google Ads บนหน้า Google เพื่อสร้างการเข้าถึงบนเว็บไซต์ โดยตัวเครื่องมือนี้จะใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เพื่อนำไปทำโฆษณา รวมถึงนำไปใช้คีย์เวิร์ดแบบ oeganic ได้เช่นกัน เช่น การใส่ในบทความ หรือใส่ในรายละเอียดสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการติดเสิร์ชหน้าแรก โดยเราสามารถเลือกเองได้ว่าต้องการใช้คีย์เวิร์ดใดสำหรับทำโฆษณาผ่านตัว Keywords Planner แต่จะต้องมีบัญชี Gmail ที่ผูกกับ Google ads และมีเว็บไซต์จึงสามารถวิเคราะห์ keywords ได้

 

google keyword plan

 

  • Google Trends

คือ เครื่องมือฟรีจาก Google ที่ใช้ดู keywords ที่มีแนวโน้มค้นหาสูงสุดของโลกจนติดอันดับ ซึ่งสามาร ระบุ keyword ที่ต้องการได้เช่นเดียวกับ Keyword Planner แต่จะได้สูงสุดเพียง 5 คำ เพื่อเปรียบเทียบ Search volume ในช่วงเวลาที่ต้องการ รวมถึงสามารถเลือกประเทศได้ด้วย ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีอันดับแรก ๆ ที่คนทั่วไปสามารถใช้งานได้ ไม่ซับซ้อน เป็นการเช็กเบื้องต้นในการเลือก keyword ที่เหมาะสมนั่นเอง

เทคนิคในการเลือก SEO Keywords นั้น สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับ การทำโฆษณา Google Ads และการทำบทความเพื่อให้ติดเสิร์ชแบบธรรมชาติ (organic) ซึ่งมีข้อดีที่แตกต่างกัน นอกจากการเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายแล้ว ปลายทางของการค้นหา อย่างเว็บไซต์ จะต้องมีคุณภาพและมีเนื้อหาที่ดี User friendly กับผู้ใช้งานเพื่อให้นำไปสู่การสั่งซ์้อสินค้าในตอนท้ายและกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ เป็นลูกค้าประจำในระยะยาว

 

 

มองหาบริษัทรับทำ SEO ชั้นนำในไทย

 

smart seo readyplanet

 


Readyplanet ซึ่งเป็นบริษัท รับทำ SEO แบบวิถีใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพเว็บไซต์ของธุรกิจคุณในภาพรวม โดยเรามีกระบวนการปรับปรุงเว็บไซต์ในระยะยาว เพื่อเพิ่มเพิ่มผู้เข้าชม และเพิ่ม Engagement ตลอดจน Conversions ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ และ ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับบนผลการค้นหาบน Google โดยคำนึงถึง SEO Keywords ที่หลากหลายครอบคลุมทุก Purchasing Funnel รวมไปถึงเชื่อมต่อ การทำ SEO ช่องทาง Digital Presence อื่น ๆ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับ Report SEO Audit และการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบ

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจบริการ Readyplanet Smart SEO เพื่อยกระดับคุณภาพเว็บไซต์ของธุรกิจ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่