5 เทคนิค บริหารทีมขายอย่างได้ผลในยุค New Normal

ในยุคปัจจุบันหลายๆ องค์กรต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและวิถีการทำงานของพนักงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  บางองค์กรให้พนักงานทำงานที่บ้านหรือให้พนักงานสลับวันเข้าทำงานในออฟฟิศ และสำหรับองค์กรที่มีทีมขายที่ต้องมีการออกไปพบเจอลูกค้า ต้องเดินทางไปนำเสนอการขายต่างๆ ให้กับลูกค้า ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากมาตรการเว้นระยะห่าง ส่งผลทำให้พนักงานขายไม่สามารถปิดการขายในรูปแบบเดิมได้ ยอดการขายก็ลดลงตามไปด้วยนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องมีการคิดหาแนวทาง หาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและช่วยการทำงานตรงนี้ เพื่ออย่างน้อยการทำงานจะยังคงให้ประสิทธิภาพที่ดีและวัดผลได้ วันนี้ Readyplanet ก็มีเทคนิคในการบริหารทีมขายให้ได้ผลลัพธ์การทำงานที่ดี ในยุค New normal มาฝากกันค่ะ เพื่อเป็นไอเดียในการบริหารทีมให้กับองค์กรในยุคนี้

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

New Normal หรือชีวิตวิถีใหม่ เกิดขึ้นหลังจากที่โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทำให้ผู้คนต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ทั้งในการทำงาน การเรียน เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคนี้ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่างๆ องค์กรหรือธุรกิจเองก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบริหารจัดการ เพื่อรับมือกับผลกระทบนี้ และต้องประคับประคองให้ธุรกิจยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ นำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดความคุ้นชิน และดำเนินชีวิตให้ปกติบนแนวทางวิถีใหม่กันนั่นเองค่ะ สำหรับในรูปแบบของการทำงาน มีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจเพื่อนำมาปรับใช้ในยุค New Normal  บ้าง ลองมาดูกันค่ะ

 

1. การทำงานโดยใช้ Video Conference

รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจนหลังจากเกิดสถานการณ์โควิดคือ การใช้ Video Conference หรือการประชุมทางไกล ซึ่งเข้ามามีบทบาทและถูกนำมาใช้ในการทำงานมากขึ้น โดยใช้ในการทำงานร่วมกันในองค์กรเอง หรือใช้ในการติดต่อ สื่อสารกับลูกค้า  ซึ่งปัจจุบันโปรแกรมที่ใช้ในการ Video Conference ก็มีหลากหลายให้เลือกใช้ ตัวอย่างเช่น Google Meet, Zoom, Microsoft Team, Skype เป็นต้น แล้วเราจะใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างไรเพื่อให้การทำงานของทีมขายยังคงประสิทธิภาพที่ดีได้ เรามาแชร์ทริคเล็กๆ กันดังต่อไปนี้ค่ะ

- การติดต่อกับลูกค้า : ถึงแม้ว่าจะออกไปพบปะลูกค้าแบบ face-to-face แบบเดิมไม่ได้ แต่การได้ให้ลูกค้าเห็นหน้าทีมขายผ่านทาง Video Conference ก็ยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน เพราะยังสามารถเห็นหน้ากันได้ สามารถทำทักทาย พูดคุย แนะนำตัว นำเสนอสินค้าบริการต่างๆ ได้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วย 

- การทำงานร่วมกันในองค์กร : เนื่องจากส่วนใหญ่พนักงานต้องทำงานแบบ Work from home หรือสลับกันเข้าออฟฟิศ ทำให้การประสานงานหรือติดต่องานกันทำได้ยากกว่าเดิม หัวหน้างานก็อาจจะติดตามงานยาก จากที่เคยนั่งประชุมรวมกัน สอบถามติดตามงานขายกันในห้องประชุม ก็ต้องปลี่ยนมาเป็นการประชุมผ่านทาง Video Conferenve แทนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทำอย่างไรให้การทำงานยังคงดำเนินไปได้อย่างเป็นปกติ แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี เราจึงมีเทคนิคเล็กๆ มานำเสนอทุกท่านเพื่อเป็นไอเดียค่ะ

  • Team Meeting : มีการประชุมทีมทุกเช้าหรืออาจจะสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหรือขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในแต่ละครั้ง เป็นการอัพเดตการทำงาน ข้อมูลลูกค้า รายละเอียดการทำงาน แบบสั้นๆ กระชับ 
  • Sharing Story : เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน อาจจะเป็นการแชร์เรื่องราวการใช้ชีวิต หรือการพบเจอเหตุการณ์ของแต่ละคนในทีม เพื่ออย่างน้อยทำให้ทุกคนในทีมยังคงได้รู้จักกัน ได้ประสานงานร่วมกันอย่างราบรื่น ถึงแม้จะไม่ได้เจอหน้า
  • Teamwork Motivaion : นอกจากนี้ผู้จัดการหรือหัวหน้าทีม สามารถใช้โอกาสในการประชุมนี้ อาจจะหลังจากการประชุมยอดขาย หรือใดๆก็ตาม เป็นการส่งเสริม กระตุ้นการทำงานของทีมเพื่อให้ทีมงานทุกคนมีพลังกาย พลังใจในการปิดยอดขายให้ได้ตามเป้านั่นเอง

อย่างไรก็ตาม โปรแกรม ที่ใช้ในการ Video Conference เหล่านี้จะสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่อย่าลืมว่าทุกคนควรต้องศึกษา ทดลองใช้งานและทำความเข้าใจขั้นตอนการใช้งานก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเสียเวลาในขณะประชุม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสัญญาณอินเตอร์เน็ต, อุปกรณ์ที่ใช้ในการ Conference, Microphone, ภาพและเสียง เป็นต้น รวมไปถึงหากต้องมีการแชร์หรือนำเสนอเอกสารหรือไฟล์งาน ก็ต้องรู้จักเครื่องมือต่างๆ ที่จะใช้ด้วยเช่นกัน

 video conference

 

2. การนำเสนอการขายด้วย Corporate Presentation 

การนำเสนอผลงานของบริษัท หรือโปรไฟล์บริษัทจะช่วยให้ทำการเสนอขายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ Presentation หรือ เว็บไซต์ ก็ช่วยให้ทีมขายสามารถนำไปแนะนำกับบริษัทลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยส่วนมาก Coporate Presentation จะมีลักษณะสวยงาม สะอาดตา และเนื้อหากระชับ ตรงประเด็น พร้อมทั้งรายละเอียดของบริษัทที่ชัดเจนเปรียบเสมือนเป็นประวัติโดยย่อขององค์กร ข้อมูลที่ใส่ใน Coporate Presentation มักจะมีที่มาที่ไป เป้าหมาย ศักยภาพ ผลงาน สินค้าและบริการ และตอบโจทย์ต่อสินค้าและบริการที่ธุรกิจต้องการนำเสนอ และน่าดึงดูด นอกจาก  Coporate Presentation แล้ว การมี  Website หรือเว็บไซต์ทางการของธุรกิจ ก็จะช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ สามารถใช้เป็นสื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจ และยังเป็นช่องทางในการทำโฆษณาและขยายฐานลูกค้าได้อีกด้วย

 

corporate presentation

 

สำหรับ การสร้างเว็บไซต์หลายๆ ธุรกิจมักคิดว่ามีต้นทุนสูง และบริหารได้ยาก แต่จริงๆแล้วการสร้างเว็บไซต์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และสามารถสร้างได้ด้วย แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ R-Web ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Readyplanet เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่จะช่วยสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายๆ และรอบรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน (Responsive Design) ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับ SEO และสามารถใส่ข้อมูลต่างๆได้หลากหลาย ทั้งประวัติโดยย่อ รูปภาพ และผลงานของบริษัท และอื่นๆอีกมากมาย และยังได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ISO 27001 : 2013 เว็บไซต์รองรับ SSL (https)  ทำให้ผู้ประกอบการสามารถมั่นใจได้เลยว่าการสร้างเว็บไซต์ผ่าน R-Web จะสามารถนำเสนอ สร้างความน่าเชือถือ และรองรับลูกค้าได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

r-web สร้างเว็บไซต์ธุรกิจ

 

3. การใช้ Marketing Technology เข้ามาช่วยบริหารจัดการงานขาย

ในยุคที่ทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ การใช้ข้อมูล (DATA) ให้เป็นประโยชน์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้ ดังนั้น การใช้ Marketing Technology / Marketing Tech หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า MarTech จึงกำลังเป็นเครื่องมือที่หลายๆธุรกิจกำลังมองหา เพราะธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเพิ่มศักยภาพให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนแคมเปญ จัดการข้อมูล รวมไปถึงการบริหารลูกค้าและวัดผลให้ออกมาถูกต้อง เพื่อสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยเทคโนโลยี Marketing Technology  จะทำให้องค์กรสามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการได้อย่างตรงจุด และสามารถจัดการข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย และที่สำคัญคือยังสามารถช่วยให้ปิดการขายได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย

 

marketing technology martech marketing tech

 

อย่าง R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ก็เป็นอีกเครื่องมือที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจที่มีทีมขาย เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือต่างๆ มากมาย ครอบคลุมการทำงานของทีมขายได้เป็นอย่างดี และตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลายทั้งพนักงานขาย หัวหน้างานขาย และผู้บริหาร โดย R-CRM สามารถช่วยบริหารจัดการได้ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล Lead , การติดตามการขาย, การวิเคราะห์พฤติกกรรมกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า และที่สำคัญคือ สามารถดูรายงานสถิติสำคัญต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยในการวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำนั่นเอง

r-crm แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย

 

4. ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ 

ถึงแม้ว่าทีมขายจะคุ้นเคยหรือรู้จักกับลูกค้าอยู่แล้ว แต่ในยุคปัจจุบันพฤติกรรมของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การหาลูกค้าใหม่จึงเป็นเรื่องยากและมีต้นทุนที่สูง ถึงแม้จะไม่สามารถไปพบปะลูกค้าได้ดังเดิม แต่การรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ยังคงสำคัญ

การรักษาลูกค้าเก่าสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในวิธีที่คนนิยมใช้กัน คือ การเลือกใช้แพลตฟอร์มเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการงานขาย R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement ที่ลูกค้าต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ  โดย R-CRM จะช่วยให้บริหารทีมขายและจัดการลูกค้าได้ดีมากขึ้น ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเป็นลูกค้า ส่งอีเมลล์หาลูกค้าเพื่อนำเสนอสินค้าบริการ พร้อมแนบเอกสาร โปรโมชั่น หรือไฟล์ต่างๆได้ การติดตามลูกค้าในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ข้อมูลไม่สูญหาย ไม่ตกหล่น ทำให้เกิดสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานขายและลูกค้า หรือแม้แต่ระบบการสร้างใบแจ้งหนี้/ใบเสนอราคา R-CRM ก็รองรับการทำงานด้านนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว

 

r-crm leads info

 

5. ส่งเสริมการพัฒนาทักษะให้พนักงาน

พนักงานขายถือเป็นส่วนที่สำคัญขององค์กร การพัฒนาความสามารถของพนักงานขายจึงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องการศึกษาคู่แข่ง การทำความเข้าใจกับสินค้าบริการอย่างเชิงลึก รวมไปถึงเทคนิคการปิดการขาย และควรจะมีเป้าหมาย ตัวกำหนด หรือตัวชี้วัดผลงานให้กับพนักงานขาย เพื่อให้พนักงานขายได้มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นและสามารถทำงานประสบผลสำเร็จตามที่องค์คาดหวังได้ด้วย

 

การส่งเสริมพัฒนาทักษะให้พนักงาน

 

Hard Skill ที่สำคัญกับพนักงานขาย เช่น

  • ทักษะการวางแผนหรือการตั้งเป้าหมาย Sale Target
  • ความเข้าใจในสินค้าและบริการ
  • ความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ

Soft Skill ที่สำคัญกับพนักงานขาย เช่น

  • ทักษะการติดต่อสื่อสาร หรือทักษะการพูด
  • ทักษะการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
  • บุคลิกภาพที่ดี
  • ความสามารถในการบริหารจัดการ

การปิดการขายมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลาต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของลูกค้า รวมถึงประเภทสินค้าและบริการเองด้วย นอกจากจะนำเสนอการขายอย่างไรให้ประทับใจแล้ว กระบวนการติดตามงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มการขาย จนไปถึงปิดการขายก็สำคัญอีกด้วย ดังนั้น การใช้ R-CRM เข้ามาช่วยก็จะทำให้ทีมขายทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถมีเวลาไปโฟกัสงานขายและดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

 

สรุป

การบริหารทีมขายในยุค New Normal การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยบริหารทีมขายจะทำให้ปิดการขายได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญคือการรู้จักใช้ประโยชน์จาก Marketing Technology ในการทำงาน ใช้ในวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วย CRM ก็จะทำให้ทีมขายสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว หัวหน้างานก็สามารถบริหารทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลให้องค์กรมียอดขายเกิดขึ้นตามเป้านั่นเองค่ะ

 

 

R-CRM หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ Readyplanet Marketing Platform 

R-CRM คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย ช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายขาย สามารถติดตามการทำงานของพนักงานขายได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานสถิติสำคัญที่จะช่วยให้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรที่มีสินค้าหรือบริการแบบ High Involvement

 

 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ R-CRM ฟรี