เทคนิคการทำ Inbound & Outbound Marketing ด้วยเครื่องมือ Marketing Tech

ทุกวันนี้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก มีธุรกิจใหม่ ๆ บริษัทน้อยใหญ่เกิดขึ้นทุกวันเพื่อมาสนองความต้องการผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน และเมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน แน่นอนว่าการทำตลาดก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย โดยใครที่ทำงานในสายการตลาด คงคุ้นหูกับคำว่า Inbound Marketing และ Outbound Marketing กันเป็นอย่างดี เพราะกำลังเป็นที่นิยม แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็ไม่ต้องกลัวไป วันนี้ Readyplanet จะพาทุกคนไปรู้จักกับมันเอง 

Inbound and Outbound Marketing

 

Inbound Marketing คืออะไร?

 

Inbound Marketing คือ การทำการตลาดแบบดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาหาเราเอง เข้าไปจับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการสร้างคอนเทนต์ หรือการแชร์คอนเทนต์ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสนใจ โดยการทำการตลาดแบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้จักเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะลูกค้าเป็นคนเลือกที่จะเข้าหาเราเอง

 

หลักการของ Inbound Marketing จะเริ่มจากที่ลูกค้าเป็นคนแปลกหน้า (Stranger) แต่มีความสนใจในแบรนด์ของเรา แล้วเริ่มหาข้อมูลของแบรนด์ของเราผ่าน Social Media ต่าง ๆ จนกลายเป็นผู้เยี่ยมชม (Visitor) อาจมีการกดติดตาม จนกลายเป็นลูกค้า ซื้อสินค้าของแบรนด์ในที่สุด

 

Outbound Marketing คืออะไร?

 

ตรงกันข้ามกับ Inbound Marketing คือเป็นการทำการตลาดโดยผลักข้อมูลออกไปหาคนจำนวนมาก วิ่งเข้าหาลูกค้าให้ลูกค้าเห็นแบรนด์ของเราให้ได้มากที่สุด ผ่านการใช้สื่อ การทำแคมเปญ หรือโฆษณาต่าง ๆ โดยการทำตลาดแบบ Outbound Marketing จะไม่สนใจว่าผู้รับสารจะอยากรู้หรือสนใจหรือไม่

 

ซึ่งการทำการตลาดแบบ Inbound Marketing และ Outbound Marketing จะต้องใช้ Marketing Tech เข้ามาช่วย แล้ว Marketing Tech คืออะไร ? หรือที่บางคนเรียกว่า Martech คือ เทคโนโลยีที่รวมถึงเครื่องมือ (Tool) และระบบ (Platform) ที่พัฒนาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการตลาด เพื่อการจัดการแคมเปญการตลาดที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงการสื่อสารกับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นด้วย โดยวันนี้เรามีเครื่องมือในการทำการตลาดทั้งแบบ Inbound Marketing และ Outbound Marketing ดังนี้

 

เครื่องมือในการทำการตลาดแบบ Inbound Marketing

 

เครื่องมือในการทำการตลาดแบบ Inbound Marketing

 

  • Website เมื่อลูกค้าเกิดความสนใจในแบรนด์ของเรา และต้องการที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ เว็บไซต์มีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ การมีเว็บไซต์เหมือนกับการมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ยิ่งถ้าเราออกแบบเว็บไซต์ให้ดูดี ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้ลูกค้าอยากค้นข้อมูลในเว็บไซต์ต่อ โดยหากมีตัวช่วยอย่าง R-Web แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ จาก Readyplanet จะยิ่งทำให้เว็บสวย ๆ เกิดขึ้นไม่ยากเลย โดย R-Web จะทำให้คุณออกแบบเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียงเลือกรูปแบบที่ต้องการ อัปโหลดรูปภาพ ใส่ข้อความ เพียงแค่นี้ก็ได้เว็บสุดทันสมัย และบริหารจัดการง่าย หรือหากต้องการที่จะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้า ให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้ทันที และ Readyplanet ก็มีเครื่องมืออย่าง R-Shop แพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์ ที่มาพร้อมเครื่องมือการตลาดแบบ All-in-One มีระบบ Order Management จัดการรายการสั่งซื้อได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปุ่มรวมทุกช่องทางการติดต่อ ให้ลูกค้าติดต่อได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว รองรับการเชื่อมต่อระบบสะสมแต้มและการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเมื่อลูกค้าสนใจในแบรนด์ แล้วเจอเว็บไซต์ที่สั่งซื้อได้ง่ายแบบนี้ จะช่วยสร้างความอยากซื้อให้ลูกค้าขึ้นแน่นอน

 

 

  • SEO เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการทำ Inbound Marketing เมื่อแบรนด์สร้างคอนเทนต์ลงในเว็บไซต์ของตนเองแล้ว แต่หากไม่ทำ SEO ลูกค้าหาเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ยาก การทำคอนเทนต์ก็คงจะไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีใครเห็น ดังนั้น การทำ SEO จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ลูกค้าหาเว็บไซต์ของร้านเจอ เห็นคอนเทนต์ และนำไปสู่ยอดขายที่สูงขึ้น สำหรับวิธีการทำ SEO เริ่มจากการกำหนด Keyword ที่เราอยากจะให้ติดอันดับในผลการค้นหาของ Google เช่น ร้านค้าที่ขาย เสื้อผ้าแนวเกาหลี อาจกำหนด Keyword ว่า “เสื้อผ้าเกาหลี” โดยเราอาจจะลองใช้ Keyword นี้ลองค้นหาดูก่อนว่าเว็บที่ติดอันดับในหน้าแรกมีการทำเนื้อหาเป็นอย่างไร เนื้อหาที่เราจะทำดีกว่าของเขาอย่างไรบ้าง เคล็ดลับในการทำเนื้อหา คือ ควรทำให้มีคำ Keyword อยู่ในทุกส่วน ยกตัวอย่างเช่น หัวเรื่อง หัวข้อ ย่อหน้าแรก ย่อหน้าสุดท้าย แต่ให้มีจำนวนคำที่กำลังดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ร้านค้าอาจทำให้เนื้อหาอ่านง่ายและน่าสนใจมากขึ้น โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อเล็ก ๆ โดยทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเพียงส่วนหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ร้านค้าของคุณติดอันดับในหน้าแรก สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ SEO ได้โดย คลิกที่นี่

 

  • Social Media อย่าง Facebook Page, Line หรือ Instagram ช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายที่สุด เนื่องจากอย่างที่ทุกคนทราบกันดี ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็เล่น Social Media สิ่งที่แบรนด์ต้องทำ คือ การสร้างหรือแชร์คอนเทนต์ที่มีคุณค่า มีความน่าเชื่อถือ และมั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์และมีคุณค่าต่อกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่าง เช่น หากแบรนด์ขายสินค้าเกี่ยวกับหนังสือ ทางแบรนด์อาจทำคอนเทนต์แนะนำหนังสือน่าอ่าน หรือหนังสือขายดี 5 อันดับ หรือ หากแบรนด์ขายสินค้าเกี่ยวกับครีมทาผิว อาจทำคอนเทนต์วิธีการดูแลผิวหลังจากไปเที่ยวทะเล เป็นต้น โดยการทำเช่นนี้ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในวันสองวัน แต่ถึงแม้ว่าอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ก็รับรองได้ว่าคุ้มค่าแน่นอน เมื่อลูกค้ากดติดตามสื่อ Social Media แล้วซื้อสินค้าของแบรนด์ในที่สุด

 

เครื่องมือในทำการตลาดแบบ Outbound Marketing

 

เครื่องมือในการตลาดแบบ Outbound Marketing

 

  • Online Advertising หรือการทำโฆษณา จะเห็นได้ว่าตอนนี้ใคร ๆ ก็มุ่งเน้นการทำโฆษณาบนโลกออนไลน์ แทนการทำบนสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุ ที่นับวันคนก็เสพน้อยลงเรื่อย ๆ โดยการใช้เครื่องมืออย่าง AdPro Dynamic บริการรับทำโฆษณาออนไลน์จาก Readyplanet ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก โดยการใช้เครื่องมือนี้จะส่งสารไปถึงลูกค้าจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะสนใจสินค้าของแบรนด์จริง ๆ เท่านั้น สามารถโปรโมตได้ทั้ง Google Search, GDN, Facebook, Instagram

 

  • Retargeting หนึ่งในกลยุทธ์พื้นฐานในการทำโฆษณา ถึงแม้ว่าเราจะทำให้สื่อของเราเข้าถึงคนจำนวนมากแล้ว แต่เขาอาจเห็นหนึ่งครั้ง แล้วก็ลืมไปเลยก็ได้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เราควรทำให้โฆษณาติดตามกลุ่มเป้าหมาย จนทำให้ลูกค้ากลับเข้ามาซื้อ ซึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การ Retargeting เกิดขึ้นได้ ก็คือ R-Dynamic จาก Readyplanet ครื่องมือสร้างโฆษณาแบบ Dynamic Retargeting ที่เหนือกว่า Retargeting แบบทั่วไปอีกระดับ โดย R-Dynamic จะช่วยสร้างโฆษณาติดตามรายบุคคลแบบอัตโนมัติ (Automated Personalized Ads) ไปยังเป้าหมายที่เคยเข้ามาดูสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์ ด้วยโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ ทำให้เป้าหมายแต่ละคนจะเห็นโฆษณาที่แตกต่างกัน แต่ตรงใจมากขึ้น นำไปสู่การปิดการขายที่มีประสิทธิภาพ

 

R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย Lead Management ระบบ CRM

 

R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขาย ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม อีกเครื่องมือสำคัญจาก readyplanet ที่จะช่วยตอบโจทย์การทำงานในบริษัทที่มีทีมขาย หรือต้องการจะบริหารงานขาย ก็คือ R-CRM เครื่องมือที่จะช่วยให้ทีมขายทำงานกันได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การวางแผนกลยุทธ์การขาย การจัดการข้อมูลลูกค้า การจดบันทึกการขาย รวมไปถึง การวัดผลอย่างแม่นยำทั้งแบบหมวดหมู่ หรือ สถิติ ทำให้ทีมทำงานได้ง่ายขึ้น ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทุกคนก็คงเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า Inbound Marketing หรือ Outbound Marketing สำคัญอย่างไร เป็นอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของแต่ละคน โดยแต่ละแบบต่างก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป จะเลือกทำการตลาดแบบไหนขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของแต่ละแบรนด์ โดยการทำการตลาดแบบ Inbound Marketing จะเหมาะกับธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) เป็นธุรกิจที่แก้ปัญหาให้กับผู้คน และมีมูลค่าต่อชิ้นสูง ส่วน Outbound Marketing เหมาะกับธุรกิจที่ขายสินค้าทั่ว ๆ ไป เน้นทำกำไรระยะสั้น เน้นเข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้การทำการตลาดเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น การเลือกใช้ตัวช่วยอย่าง Readyplanet Marketing Platform แพลตฟอร์มการตลาดแบบ All-in-One ที่ครอบคลุมการโฆษณา เว็บไซต์ และระบบลูกค้าสำคัญ ถือเป็นทางเลือกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการช่องทางออนไลน์เพิ่มเติม ต้องการเพิ่มยอดขาย หรือผู้ที่ต้องการระบบออนไลน์ทั้งฝั่งลูกค้าและผู้ประกอบการ ก็สามารถใช้ได้และจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

Readyplanet Marketing Platform

แพลตฟอร์มการขายและการตลาดแบบ All-in-One ที่ครอบคลุมทั้งการโฆษณา เว็บไซต์ และระบบลูกค้าสัมพันธ์ 

ลงทะเบียนและเริ่มใช้ฟรี

 

Updated: 9 February 2021 | Produced by: Dujnapa Chauthamcharoen