รู้หรือไม่? เว็บฟรีก็สามารถเสิร์ชเจอได้ใน Google Maps แค่ลงทะเบียน Google My Business

หลายธุรกิจในไทยก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจออนไลน์แบบเต็มตัว เปลี่ยนจากหน้าร้านออฟไลน์สู่ร้านค้าออนไลน์ ใช้ทั้ง Social Media และ Marketplace ต่าง ๆ รวมถึงการทำเว็บขายของออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ในระยะยาว ปัจจุบันนี้ก็มีบริการทำเว็บฟรีให้คุณได้ลองใช้มากมาย แน่นอนว่าเมื่อมีเว็บขายของออนไลน์แล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้แบรนด์หรือร้านค้าออนไลน์ของคุณถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น ย่อมเป็นการสร้างโอกาสการขายให้ธุรกิจของคุณเป็นอย่างดี ซึ่ง Google Maps ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้ธุรกิจปรากฎต่อสายตาผู้บริโภค แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ถึงแม้จะเป็นเว็บฟรีก็สามารถขึ้นไปอยู่บนแผนที่ได้

Google มีเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจแสดงผลบน Google Maps ได้ นั่นก็คือ Google My Business คุณสามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับร้านค้าออนไลน์หรือธุรกิจของคุณได้ โดย Google จะช่วยแสดงผลการค้นหาได้ทั้งข้อมูลธุรกิจของคุณ คำอธิบายสินค้าและบริการ ช่องทางติดต่อ สถานที่ตั้งผ่าน Google Search และ Google Map ได้แบบฟรี ๆ แถมยังเพิ่มความสะดวกแก่ธุรกิจที่ยังไม่ได้เปิดเว็บขายของออนไลน์เป็นของตัวเอง ให้สามารถมีหน้าเว็บฟรีเพื่อใส่ข้อมูลสินค้า แจ้งข่าวสารต่าง ๆ รีวิวจากลูกค้า และโปรโมชั่นที่เกิดขึ้นในขณะนั้น อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจคุณ แน่นอนว่าเมื่อทำเว็บไซต์ให้ค้นเจอได้ง่าย คุณก็มีโอกาสสร้างยอดขาย และเป็นที่รู้จักได้มากขึ้น

เกริ่นถึงข้อดีมาถึงตรงนี้… อยากทราบกันแล้วใช่ไหม? ว่าร้านค้าออนไลน์ของคุณจะสามารถลงทะเบียน Google My Business เพื่อให้เว็บขายของออนไลน์ของคุณ เสิร์ชเจอใน Google Map ได้อย่างไรบ้าง… ReadyPlanet มีคำตอบมาให้ สามารถทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ไปพร้อมกันได้เลย

1. ลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ของคุณใน Google My Business ประเทศไทย คลิกที่นี่ จากนั้นคลิก “จัดการเลย”

2. ลงชื่อเข้าใช้งานด้วยอีเมลที่เป็น Gmail เท่านั้น หากยังไม่มี ต้องสมัครใช้งาน Gmail ก่อน คลิกที่นี่เพื่อสมัครใช้งาน Gmail ใหม่

3. กรอกข้อมูลของธุรกิจคุณ ไม่ว่าจะเป็นชื่อร้านค้าออนไลน์หรือชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ประเภทธุรกิจของคุณ หากธุรกิจของคุณมีลักษณะให้บริการตามสถานที่ เช่น ช่างซ่อมแอร์ หรือบริการขนส่งต่าง ๆ ให้เลือก “ฉันจัดส่งสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า”

ขอแนะนำให้กรอกทุกข้อมูลให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยเฉพาะเบอร์โทร และเวลาเปิดปิด เพื่อที่เวลา Google จะได้ดึงข้อมูลธุรกิจของคุณไปแสดงบน Google Search หรือ Google Maps ได้อย่างถูกต้อง หากคุณมีการเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างภายหลัง เช่น เปลี่ยนเบอร์โทรร้านค้า สามารถเข้ามาที่ Google My Business เพื่อแก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ ภายหลังได้เช่นกัน

4. มาถึงขั้นตอนสำคัญก็คือ “การปักหมุดตำแหน่งที่อยู่” ของร้านค้าออนไลน์หรือบริษัทคุณ

ในกรณีที่ Google Map ไม่สามารถหาตำแหน่งตามที่อยู่ได้
หากขณะที่กำลังสมัครอยู่ คุณอยู่ที่ตำแหน่งหน้าร้านค้าหรือบริษัทที่เป็นตำแหน่งที่อยู่จริง สามารถกดที่เครื่องหมาย ค้นหาตำแหน่งจาก GPS (รูปเป้า) แล้วกด Allow Location Access ได้เลย ระบบจะหาตำแหน่งตาม GPS ของคุณให้อัตโนมัติ และถ้าหมุดที่ปักแล้วไม่ค่อยตรงก็สามารถขยับเองได้จนใกล้เคียงมากที่สุด แต่ถ้าใครที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจริงขณะสมัคร อาจจะต้องเสียเวลานั่งหาตำแหน่งที่อยู่บนแผนที่นานหน่อย

5. ใส่ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า โดยการใส่ข้อมูลในส่วนนี้จะมีให้ใส่ทั้ง เบอร์โทรและ URL เว็บขายของออนไลน์หรือบริษัทของคุณ

 
ในกรณีที่คุณไม่มีเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกใช้บริการเว็บฟรีที่เป็นบริการของ Google แบบง่าย ๆ แค่เลือก “สร้างเว็บไซต์ฟรีตามข้อมูลของคุณ” จากนั้นคุณก็สามารถตกแต่งหน้าเว็บขายของออนไลน์แบบง่าย ๆ ได้เลย
 
ถ้าคุณอยากทำเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจของคุณให้มากขึ้น เราขอแนะนำ R-Web ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ ได้ง่ายกว่า!
 
เพราะ R-Web คือ ระบบสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป ช่วยให้คุณเริ่มสร้างเว็บ ทำเว็บ และออกแบบเว็บได้ง่ายกว่า จัดการง่าย และรองรับการทำ SEO ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามายังธุรกิจได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมเครื่องมือการตลาดแบบ All-in-one เช่น R-Widget, R-CRM และ Chatday ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจสามารถรองรับลูกค้าได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มออนไลน์
 

สนใจสร้างเว็บไซต์ฟรีด้วย R-Web เว็บไซต์สำเร็จรูป คลิกปุ่มสีส้มด้านล่างนี้ (ลงทะเบียนด้วย Email)

สมัครไม่ได้? คลิกที่นี่เพื่อดูขั้นตอนการสมัครใช้งานฟรี

 

6. เลือกวิธียืนยันตัวตนและตำแหน่ง ของหน้าร้านหรือบริษัทของคุณ โดยเลือกวิธีการส่งไปรษณีย์ จากนั้นรอการอนุมัติจาก Google ประมาณ 2 สัปดาห์ Google จะส่งไปรณียบัตรมาให้ตามที่อยู่ที่คุณกรอก เมื่อได้รับแล้ว เปิดซองจะเห็นรหัสยืนยัน ให้นำกลับมากรอกใน Google My Business เพื่อยืนยันตัวตนได้เลย เพียงเท่านี้ก็สามารถมีธุรกิจอยู่บน Google ได้แล้ว

ข้อสังเกตจาก Google คือ อาจใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์ก่อนที่ข้อมูลทางธุรกิจของคุณจะปรากฏใน Google เมื่อข้อมูลแสดงขึ้นแล้ว ให้ตรวจสอบรายชื่อว่าถูกต้องหรือไม่ โดยการค้นหาชื่อธุรกิจใน Google Search หรือ Google Maps และดูผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้น ถ้าทุกอย่างถูกต้องก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ Google My Business ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

•  ใช้ Google My Business ให้เหมือนเป็นหนึ่งใน Social Media ของคุณ หมั่นเข้าไปอัปเดต Content ข้อมูลสินค้า บริการ และโปรโมชั่น หรือเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า จากการที่ลูกค้าเข้ามารีวิวให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณ โดยคุณอาจจะขอรีวิวที่ดีจากลูกค้าที่พึงพอใจในการใช้บริการจากธุรกิจของคุณ หรือแม้กระทั่งการสร้างแคมเปญการตลาด หรือออกโปรโมชั่นให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าที่เข้ามารีวิวให้ แถมคะแนนรีวิวยังมีผลต่อการทำ SEO ด้วย Google มักจะจัดอันดับให้กับธุรกิจที่มีคะแนนรีวิวมากและเชิงบวกขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหา นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการของธุรกิจคุณมากขึ้น เป็นต้น
•  ใช้ Google Search Console ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยในการปรับปรุงและพัฒนาเว็บขายของออนไลน์ของคุณ วิเคราะห์คุณภาพของ SEO ช่วยเพิ่มโอกาสในการเสิร์ชติดหน้าแรกของ Google ได้ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความของเรา คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความ Google Search Console ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพได้อย่างไร?
 
 

สร้างเว็บไซต์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และนำไปใช้งานได้ตลอดไป คลิกด้านล่างนี้เพื่อเปิดใช้งาน

Updated: 23 July 2020 | Produced by: Harnchai Chaitusaney