8 คำศัพท์ Digital Marketing น่ารู้ สำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัลมือใหม่

By ReadyPlanet  |  Category: Digital Marketing |  On May 10, 2019  |  [2 MIN READ]

ปฎิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ การตลาดดิจิทัลมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น ทางแบรนด์หรือผู้ประกอบการเองก็เตรียมปรับตัวเข้าสู่การตลาดแบบใหม่ และรับมือกับสื่อต่างๆ รวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับการโฆษณาสื่อออนไลน์อีกด้วย เราจึงรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Marketing มาให้อัพเดตกันไว้ จะได้ไม่ตกเทรนด์!

 

1. Traffic

ทราฟฟิคในที่นี้ไม่ใช่การจราจร แต่ในทางออนไลน์มีความหมายใกล้เคียง หมายถึง ‘ปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์’ หรือบางทีเราอาจจะเรียกว่า ‘visitor’ นั่นเอง

 


2. Viral

สำหรับคำว่า ‘Viral’ หรือ ‘Viral Marketing’ เป็นการทำการตลาดที่เน้นความแปลกใหม่ ทำให้คอนเทนต์นั้นเป็นกระแส เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ส่งต่ออย่างรวดเร็วผ่านสื่อโซเชียล หรือจะเรียกว่าเป็นการทำการตลาดแบบไวรัสก็ได้ ไม่ว่าใครก็ต้องพูดถึง ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดไวรัลได้นั่น ก็ต้องมาจากคุณภาพของงานที่เราสร้างด้วย แต่บางที ไวรัลก็อาจเกิดได้จากความบังเอิญเช่นกัน

 

 

3. SEO หรือ Search Engine Optimization

Search Engine Optimization หรือ เรียกย่อๆ ว่า seo คือ การปรับแต่งเว็บเพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณ ปรากฏอยู่ใน อันดับต้นๆ ในหน้าแรกของ Google การใช้เทคนิค SEO นี้ จะส่งผลดีต่อธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง เพราะยังเป็นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Visibility) ได้เป็นอย่างดี

 

ข้อดีคือ ทำให้แบรนด์ของคุณเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของลูกค้าในการตัดสินใจเพื่อเลือกซื้อ มีความน่าเชื่อถือจากอันดับที่ได้ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับแบรนด์ของคุณ และมีโอกาสได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

 

4. Google Ads

Google Ads คือ การทำโฆษณาออนไลน์ โดยตรงบนเว็บไซต์กูเกิ้ล ซึ่งหากเปรียบเทียบเป็นทำเลที่ตั้งของร้านค้า ก็ถือว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุด เพราะว่าคุณจะมีหน้าร้านอยู่ในหน้าแรกๆ ของเว็บไซต์ที่เป็น Search Engine ที่มีจำนวนผู้เข้าใช้มากที่สุด

 

ซึ่งถ้าดูตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นนิยมค้นหาข้อมูล แบรนด์ สินค้าหรือบริการผ่าน Search Engine ของ Google ก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้นหากเว็บไซต์ของเราปรากฎตัวเป็นลำดับแรก ๆ บน Search Engine ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังต้องการสินค้าของคุณ ก็คงดีไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมละ?)

 

ส่วนการวัดผลการลงโฆษณากับกูเกิ้ลนี้ ก็สามารถสรุปผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปแบบของรายงานสถิติให้ดูได้ นอกจากนั้น เราก็ยังจะสามารถปรับเปลี่ยนข้อความเพื่อให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสิร์ชหาข้อมูลของลูกค้าได้เรื่อยๆ

 

 

5. Google Display Network หรือ GDN

Google Display Network หรือ GDN คือ การทำโฆษณาเชิงรุกเพื่อโปรโมทหรือปรากฏตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรของกูเกิ้ล สามารถออกแบบโฆษณาได้ทั้งรูปแบบของ แบนเนอร์ (Banner) ข้อความ หรือคลิปVDO ก็ได้


ข้อดีของการทำโฆษณา GDN นั้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าของคุณได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยัง สร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) ได้แบบติดสปีด รวดเร็ว นอกจากนั้น ก็ยังสามารถจะทำโฆษณาแบบ Re-marketing ให้โฆษณานั้นๆ ไปแสดงซ้ำๆ กับผู้ที่เคยเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

 


6. Facebook Ads

Facebook Ads คือ โฆษณาออนไลน์ ผ่านการทำโฆษณาใน Facebook Fanpage ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกิจได้ดีอีกช่องทางหนึ่ง

 

การทำโฆษณาบน Facebook Fanpage จึงเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ หากต้องการเพิ่มยอดขาย ซึ่งมีอยู่หลายวิธี ทั้งการบูสต์โพสต์ Boost Post, Likes Page/Boost Page และ ส่งลูกค้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ Send people to Website
Instagram

 


7. Instagram หรือ IG

คือ การ โฆษณาออนไลน์ผ่านรูปภาพหรือคลิปวิดีโอในอินสตาแกรม เนื่องจากแพลตฟอร์มอย่าง Instagram เป็นแรงบันดาลใจอย่างดีสำหรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นที่ที่มักเราค้นพบกลุ่มคนที่ชอบในสิ่งคล้ายๆ กันได้ด้วย “ดังนั้น Intsagram จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ ประเภทแฟชั่นและความสวยความงาม มากที่สุด ” เช่น รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เป็นต้น


การทำโฆษณาผ่านไอจี สามารถทำได้ 2 วิธี คือ


1.ทำโฆษณา ด้วย Instagram Business โดยสามารถจัดการผ่านมือถือได้เลย


2. การซื้อโฆษณาใน Facebook และเลือกให้ตัวโฆษณานั้นแสดงเข้ามาใน Instagram ได้เลย
นอกจากนั้นในส่วนของโฆษณา คุณสามารถเพิ่มปุ่มช่องทางติดต่อหรือปุ่มที่จะเชื่อมไปยังเว็บไซต์ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล แผนที่ของร้านได้อีกด้วย

 


8. Youtube Ads

การทำโฆษณาใน Youtube คือ การทำโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบ Google AdWords เช่นเดียวกัน หรือเรียกว่าเป็นการทำ GDN ในรูปแบบโฆษณาวีดีโอ บน youtube ทำได้ 3 แบบ คือ
1. Banner ภาพนิ่ง คือ ภาพโฆษณาของเราจะไปขึ้นตามหน้าของ channel ที่เราเลือกไว้ คนที่เห็นสามารถคลิกลิงค์ไปยังเว็บไซต์เราได้

 

2. คลิปโฆษณา แบบกด skip (กดข้ามได้) คลิปควรมีความยาวมากกว่า 12 วินาที แต่แนะนำที่ 30-60 วินาที ค่ะ การนับวิวคนดูนับจากคนชมโฆษณาถึง 30 วินาที หรือ คลิกที่วิดีโอ ถ้าคนกดข้ามไม่เสียเงิน

 

3. Bumper ad คือ วิดีโอสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 6 วินาที เป็นเวลาสั้นที่สุดที่รับรู้ได้


ข้อดีของการทำโฆษณา YouTube คือ
1. สร้างความรู้จักแบรนสินค้า ทำให้คนจำได้
2. เสียค่าโฆษณาเมื่อคนดูเห็นครบ 30 วินาที
3. ใส่ชื่อแบรนด์และเบอร์ติดต่อ ให้ครบตั้งแต่ 5 วินาทีแรก จะมีคนเห็นโดยไม่เสียค่าโฆษณา

 

สรุป และ ReadyPlanet แนะนำ

 

การเข้าใจคำศัพท์ต่าง ๆ ในโลกดิจิทัล หรือแม้กระทั้งคำศัพท์เฉพาะของการทำการตลาดดิจิทัล สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการยุคดิจิทัลมือใหม่สามารถเข้าใจ และสื่อสารกับทีมงานของตนเอง หรือแม้กระทั้งกับผู้ที่ทำการตลาดดิจิทัลให้กับท่านได้ง่ายขึ้น และจากเนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงคำศัพท์ Digital Marketing ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากท่านสนใจเรียนรู้เทคนิคการทำการตลาดดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น เราขอแนะนำคอร์สอบรม Digital Marketing 2019 ของเรดดี้แพลนเน็ต ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำการตลาดดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

 

หากท่านรู้สึกว่าคำศัพท์เหล่านี้มีประโยชน์ หรืออยากรู้คำศัพท์หมวดอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถ inbox มาบอกเราทางเฟซบุคเพจ ได้เลยนะ และเราจะไปรวบรวมมาให้เพิ่มในตอนต่อ ๆ ไป :)