5 เหตุผลดี ๆ ทำไมคนทำธุรกิจต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

By ReadyPlanet  |  Category: Website  |  On Apr 2, 2019  |  [5 MIN READ]

ในยุคที่โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Instagram สามารถทำให้เรามีธุรกิจออนไลน์ของตนเองได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ประกอบการหลาย ๆ คน มองข้าม Platform ที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจออนไลน์ไป เรากำลังพูดถึง…การที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรมีสื่อที่เรียกว่า “เว็บไซต์” เป็นของตนเอง

 

"พี่มี Facebook อยู่แล้ว ทำไมถึงต้องเปิดเว็บไซต์เพิ่ม?"

"เว็บไซต์ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้ไหม?"

 

เมื่อเรามีโอกาสได้ผู้คุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำการตลาดดิจิทัล คำถามข้างต้นคือสองคำถามยอดฮิตตลอดกาลที่เรามักจะได้ยินผู้ประกอบการถามเราอยู่เสมอ วันนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านเว็บไซต์ของเรดดี้แพลนเน็ตจะมาช่วยไขข้อสงสัยของคำถามเหล่านี้ด้วย 5 เหตุผลดี ๆ ทำไมคนทำธุรกิจต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ดังนี้

 

1.สร้างความน่าเชื่อให้กับแบรนด์

การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่แบรนด์หรือธุรกิจควรมี เมื่อเรามีตัวตนในโลกออนไลน์จะทำให้มีความน่าเชื่อถือขึ้น สำหรับเครื่องมือที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือของทุก ๆ องค์กร คือ การมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพราะในเว็บไซต์จะสามารถระบุสิ่งเหล่านี้ได้

 

  • สิ่งแรกในหน้าเว็บไซต์ที่สามารถระบุตัวตน ประวัติความเป็นมา และใส่ข้อมูลของแบรนด์หรือธุรกิจได้นั่นก็คือ About Us เราสามารถใส่ข้อมูลที่ยืนยันได้ว่า เราเป็นธุรกิจที่มีตัวตนจริง และมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น และกล้าที่จะติดต่อมาหาเรามากขึ้น

 

  • นอกจากการใส่ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติธุรกิจแล้ว การใส่ข้อมูล Address และ Contact ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะเมื่อ มีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง ลูกค้าจะมั่นใจได้ว่าธุรกิจนี้มีตัวตนอยู่จริง และยังเป็นช่องทางที่จะสามารถขยายฐานลูกค้า ทำให้เรามีลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาจากการค้นหาบนโลกออนไลน์นั่นเอง

 

  • ระบุรายละเอียดสินค้า และภาพสินค้าที่ถ่ายจากสินค้าจริง นอกจากข้อมูลที่ระบุทุกอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และจริงใจแล้ว การใช้ภาพสินค้าที่ถ่ายจากสินค้าจริงประกอบ ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในธุรกิจของเรามากขึ้น เชื่อว่ามีสินค้าขายจริง รวมถึงยังสามารถใส่ฟีคแบคหรือรีวิวจากลูกค้าที่เคยอุดหนุนสินค้าของเรา เพื่อตอกย้ำว่ามีการส่งสินค้าจริง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างไม่มีสะดุดแล้ว
 
 
2.เพิ่มช่องทางการ “ค้นหา” แบรนด์ในโลกออนไลน์
เครื่องมือที่ใหญ่ที่สุดในการค้นหาสิ่งต่าง ๆ ในโลกออนไลน์คือ search engine อย่าง Google มันจะดีแค่ไหนหากมีชื่อร้านค้าของเราติด “คำค้นหา” เมื่อพิมพ์ชื่อสินค้านั้น ๆ ใน Google ข้อดีที่เป็นจุดเด่นของเว็บไซต์คือการซัพพอร์ตในเรื่อง SEO และเทคนิคง่าย ๆ ในการทำให้แบรนด์ของตนเองติด SEO บน Google นั้นคือการ “กำหนดคีย์เวิร์ด” เว็บไซต์สามารถกำหนดคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมค้นหาได้
 
ตัวอย่างเช่น
 
เราเปิดร้านขายลำโพงบลูทูธที่มีเสียงเบสแน่น และราคาไม่แพง ควรใช้คีย์เวิร์ดดังต่อไปนี้บ่อย ๆ
 
“ลำโพงบลูทูธ เบสแน่น ราคาถูก”
“ลำโพง เสียงดี ราคาประหยัด”
“ลำโพงบลูทูธ เบสหนัก ราคาถูก”
 
เมื่อลูกค้าค้นหาคำว่า “ลำโพงบลูทูธ เบสแน่น/หนัก ราคาถูก” หรือ “ลำโพง เสียงดี ราคาประหยัด” จะทำให้เกิดการดึงคำเหล่านี้ในหน้าเว็บไซต์ของเราขึ้นแสดงในหน้า Google ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงร้านค้าได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราถูก “ค้นหาเจอ” จาก  Google จะทำให้เรามีโอกาสเพิ่มลูกค้าใหม่ ขยายฐานจากลูกค้าเดิม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มเติม เพราะการเป้าหมายของการทำธุรกิจคือการสร้างยอดขายนั่นเอง และยังทำให้ลูกค้าสามารถการจดจำชื่อร้านและจดจำได้ว่าในร้านของเรามีสินค้าและบริการอะไรบ้างอีกด้วย
 
ตัวอย่างการแสดงผลการค้นหาผ่าน Google
 
 
3.เพิ่มช่องทางการวางสินค้า ใส่ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การเลือกซื้อ
แม้ว่าเราจะสามารถใส่ข้อมูลลงใน platform อื่นได้ ทว่าสิ่งที่เว็บไซต์สามารถทำได้ และทำได้ดีกว่าช่องทางอื่น ๆ นั่นคือการจัดหมวดหมู่ของสินค้าให้เป็นระบบ ค้นหาได้ง่าย เลือกซื้อง่าย ระบุข้อมูลได้มากเท่าที่ต้องการ ที่สำคัญสามารถนำไปสู่การสั่งซื้อโดยการกดใส่ตะกร้า สะดวก รวดเร็ว และให้อิสระกับลูกค้าในการ shopping อีกด้วย
 
 
4.ลดความเสี่ยงในที่ ๆ ไม่ใช่ของตัวเอง
“ความเสี่ยง” ในที่นี่หมายถึง การใช้ platform อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของโดยตรง เป็นเพียงการยืมพื้นที่ของธุรกิจอื่นเพื่อประกอบธุรกิจของตนเอง ทำให้หากวันหนึ่ง platform นั้น ๆ ล้มเลิกหรือมีปัญหา จะทำให้ไม่สามารถควบคุมได้
 
การมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง มีโดเมนของตนเองจึงสามารถขจัดปัญหาความเสี่ยงนี้ได้โดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเราเป็นเจ้าของด้วยตนเองแต่เพียงผู้เดียว ทำให้เราสามารถควบคุม, ปรับเปลี่ยนและแก้ไขเว็บไซต์หากเกิดปัญหาได้ตลอดเวลานั่นเอง
 
 
5.สามารถเชื่อมต่อ Platform  อื่น ๆ ของแบรนด์ให้เข้ากันได้โดยง่าย
การนำเว็บไซต์ไปเชื่อมต่อกับ Playform อื่น ๆ ในที่นี้ สามารถทำได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 
 
การเชื่อมต่อเว็บไซต์กับแพลตฟอร์มอื่น เช่น ระบบ CRM เพื่อใช้ในการบริหารจัดการรายชื่อลูกค้า หรือเชื่อมต่อกับระบบ Order Management เพื่อบริหารจัดการรายการสั่งซื้อที่มาจากหน้าเว็บไซต์ เป็นต้น 
 
การเชื่อมต่อกับช่องทางอื่น กล่าวคือในช่องทางการทำธุรกิจ แบรนด์ ๆ หนึ่งอาจจะมีช่องทางเพื่อเข้าถึงลูกค้ามากกว่าหนึ่ง เว็บไซต์สามารถเชื่อม platform ต่าง ๆ ให้เข้ากันได้โดยง่าย ๆ แค่เพิ่มไอคอนของโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่เรามี เช่น Facebook, Instagram, Twitter เป็นต้น เพื่อให้กดลิงค์เชื่อมไปยังช่องทางอื่น ๆ ได้โดยง่าย ที่สำคัญสามารถใส่ได้มากเท่าที่ใจต้องการ
 
ตัวอย่างการเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์สำเร็จรูป VelaEasy กับ SalesDesk Order Management

 

 
ReadyPlanet แนะนำ
 
ถึงแม้ว่าโลกโซเชียลทุกวันนี้จะหมุนไปเร็วแค่ไหน และมีสื่อหรือช่องทางที่เป็นตัวเลือกเพื่อประกอบธุรกิจออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย สุดท้ายการมีเว็บไซต์ของตนเอง หรือมีช่องทางที่ธุรกิจของเราเป็นเจ้าของด้วยตนเอง ย่อมดีกว่า น่าเชื่อถือกว่า จำเป็น และสร้างความสบายใจในการทำธุรกิจอย่างแน่นอน และยั่งยืนในระยะยาว
 
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนจะสร้างเว็บไซต์ในเร็ว ๆ นี้ VelaEasy เว็บไซต์สำเร็จรูป คือแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ ที่ช่วยให้คุณทำเว็บง่าย ได้เว็บสวย รองรับการแสดงผลบนสมาร์ทโฟน (Responsive Design) มีโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาให้รองรับ SEO สามารถทำอันดับได้ดีบน Google และมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ISO 27001 : 2013 พร้อมรองรับ SSL (https) ตอบโจทย์สำหรับใช้สร้างเว็บไซต์องค์กร และเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ และมี Call Center 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลคุณตลอดอายุการใช้งาน
 
VelaEasy เว็บไซต์สำเร็จรูป ทดลองใช้ฟรี คลิกที่นี่