เพิ่มยอดขาย ง่ายนิดเดียว! เปลี่ยนคนสนใจ ให้เป็นลูกค้า ด้วยโฆษณาดิจิทัล

การตลาดแบบเดิม (ก่อนยุคดิจิทัล) ต้องโฆษณาไปยังคนจำนวนมาก เพื่อหวังว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 
ย้อน
กลับไปก่อนยุคดิจิท้ล นักการตลาดของแบรนด์ต่างๆใช้วิธีในการนำเสนอสินค้าหรือบริการไปยังผู้บริโภคผ่านสื่อต่างๆที่คิดว่าผู้บริโภคของตนจะได้เห็น โดยสื่อสารออกไปให้มากที่สุด ทั้งสื่อบนโทรทัศน์ บทวิทยุ บนหน้าหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารต่างๆ

วิธีการดังกล่าว เป็นวิธีการที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการทำการตลาดขณะนั้น เพราะยังไม่มีแพลตฟอร์มการตลาดใดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการนั้นๆโดยตรงได้ จึงทำให้ใครที่เข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมากกว่า ก็มีโอกาสทำการตลาดได้ประสบความสำเร็จได้สูงกว่า จึงเหมือนกับว่าการตลาดในอดีตใช้ประโยชน์จากการเข้าไม่ถึงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นประโยชน์ 


การตลาดยุคใหม่ โฆษณาน้อยลง แต่แม่นยำขึ้น ผลลัพธ์จึงเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโลกอินเทอร์เน็ต คนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วคลิก แค่หยิบมือถือขึ้นมาแล้วค้นหาผ่าน Google หรือ Social Media ต่างๆ ก็สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้แล้ว พลังการตลาดจึงมิใช่เป็นของผู้ขายที่ทำการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบมาก ๆ อีกต่อไป แต่กลับกลายของผู้ขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่แม่นยำ

ด้วยความต้องการตอบสนองผู้บริโภค ที่ต้องการหาข้อมูลสินค้าหรือบริการก่อนการตัดสินใจซื้อนี้เอง ทำให้การทำการโฆษณาของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องสื่อสารและประชาสัมพันธ์แบรนด์ออกไปให้ผู้บริโภครับรู้ให้มากที่สุด แต่เป็นการทำโฆษณาเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีความต้องการในสินค้าหรือบริการนั้นๆอยู่แล้ว เพื่อนำเข้ามายังเว็บไซต์และสร้างโอกาสปิดการขาย  การทำโฆษณาที่ดึงดูดผู้ที่มีความสนใจให้เข้ามาเองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่เรียกว่า Inbound Marketing 



Google AdWords ตัวอย่างที่ดี ของรูปแบบการตลาดที่เข้าสู่กลุ่มเป้าหมายได้ตรง

Google AdWords คือตัวอย่างที่ดีมากของการทำ Inbound Marketing เนื่องจาก Google AdWords คือการทำโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการของแบรนด์จริงๆ ที่เข้ามาทำการค้นหาบนเว็บไซต์ Google โดยจะปรากฎเว็บไซต์ของผู้ประกอบการเอาไว้บนพื้นที่โฆษณา ซึ่งเป็นอันดับต้นๆบนหน้าผลการค้นหา โดยการทำโฆษณาเช่นนี้ เป็นการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้เป็นการรบกวนประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้าแต่อย่างใด

ตัวอย่างของการทำโฆษณา Google AdWords เช่น นาย A คือผู้บริโภคบนโลกออนไลน์คนหนึ่ง ที่เข้ามาค้นหาคำว่า “รองเท้าบาสเก็ตบอล” บน Google เนื่องจากต้องการหาซื้อรองเท้าคู่ใหม่ไปทดแทนคู่เดิม สิ่งที่ Google Search Ads ทำคือการนำโฆษณาของธุรกิจคุณ ซึ่งจำหน่ายรองเท้ากีฬา ไปไว้ส่วนโฆษณา ซึ่งอยู่บนสุดของหน้าค้นหา เพื่อให้คนที่ค้นหาคำว่า “รองเท้าบาสเก็ตบอล” เห็นข้อมูลของคุณก่อน

การโฆษณาแบบนี้ไม่ได้เป็นการเข้าไปขัดขวาง หรือ รบกวนลูกค้าแต่อย่างใด และคุณจะจ่ายเงินค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อมีคน คลิก เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น (การจ่ายเงินในลักษณะนี้ถูกเรียกว่าเรียกว่า CPC หรือ Cost Per Click นั่นเอง) Google Search engine marketing จึงถือเป็นการทำ Inbound Marketing ที่มีประสิทธิภาพ ในการแสดงตัวตนของแบรนด์ให้กับลูกค้าที่มีความต้องการ จนถือเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน


ใช้ Google Seach engine marketing ให้ได้ผลดีทำอย่างไร?


1. ให้ความสำคัญกับการเลือก Keyword ที่ใช่

การเลือก Keyword น่าจะถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Search Ads เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าเลือกไม่ดี นอกจากจะทำให้ขายไม่ได้แล้ว ยังจะทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วย
คำแนะนำก็คือคุณควรที่จะเลือก Keyword ที่เป็น High Potential ซึ่งหมายความว่า Keyword นั้นๆ ควรจะเป็น Keyword ที่คนกำลังค้นหาเพื่อซื้อ เช่น ซื้อรองเท้าบาสเก็ตบอล หรือ ขายรองเท้าบาส เป็นต้น

Keyword ไม่ควรจะเป็นแค่คำที่คนใช้ค้นหาข้อมูล แต่ไม่ได้มีแนวโน้มสนใจซื้อขาย เช่น รองเท้าบาสยี่ห้อไหนดี หรือ ข้อดีของรองเท้าบาสเก็ตบอล เป็นต้น สาเหตุเนื่องจากคีย์เวิร์ดในลักษณะเหล่านี้ แสดงถึงผู้บริโภคที่กำลังมองหาข้อมูลข่าวสารเพื่อเปรียบเทียบ หรือเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะทำให้งบประมาณที่คุณเสียไปไม่ก่อให้เกิดยอดขายจริงๆค่ะ


2. เขียนเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ และบนโฆษณาให้ดี

นอกเหนือจากการคัดเลือก Keywords ที่ใช่ ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว อีกส่งหนึ่งที่คุณควรให้ความสำคัญก็คือ เนื้อหาบนโฆษณา ที่จะทำหน้าดึงดูดลูกค้าเข้ามายังเว็บไซต์ ซึ่งควรจะกระชับ ได้ใจความ ไม่สั้น หรือยาวเกินไป เหนือส่งอื่นใดคือต้องดึงจุดเด่นของแบรนด์ที่น่าสนใจออกมาให้ได้ (ดังภาพตัวอย่างด้านล่าง กล่าวถึงจุดเด่น ส่งไวถึงบ้าน, ค่อยจ่ายเมื่อได้สินค้า, รับคืนใน 14 วัน ฯลฯ) 

เพื่อดึงดูดความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายคลิกโฆษณาเข้ามายังเว็บไซต์ปลายทาง (Landing Page) แต่คุณต้องควบคุมเนื้อหาภายในเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับคำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ และก่อให้เกิดการซื้อขายในที่สุดค่ะ


3. Remarketing เป็นสิ่งที่สมควรทำ

การทำ Remarketing อธิบายให้เห็นภาพคือ การเก็บข้อมูลของลูกค้าคนที่เคยเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ เพื่อโฆษณาไปยังกลุ่มเดิมนี้อีกครั้ง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้โฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเป็นการเจาะจงไปยังกลุ่มผู้สนใจอยู่แล้ว 

เช่น นาย A ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้าบาสเก็ตบอลบน Google แล้วคลิกเข้ายังหน้าเว็บไซต์ของคุณซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์จำหน่ายรองเท้าบาสเก็ตบอล เพื่อหาข้อมูลและเปรียบเทียบราคา จากนั้นก็ออกจากเว็บไซต์เพื่อไปหาข้อมูลกับเว็บอื่นๆ ระบบจะทำการเก้บข้อมูลของนาย A ไว้ เมื่อคุณทำโฆษณารูปแบบ Remarketing ระบบจะแสดงโฆษณาของคุณไปยังเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ ให้กับนาย A ได้เห็น ทำให้นาย A ที่เคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วเกิดการจดจำแบรนด์ และอาจสนใจจนกลับเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการในหน้าเว็บไซต์ของคุณอีกครั้งค่ะ


4. ทำ Landing Page ให้น่าสนใจ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Keyword ที่ใช้ในการทำโฆษณา Google Search engine marketing นั้น ควรจะเป็น Keyword ที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆเป็นหลัก เนื่องจากคุณคาดหวังให้ลูกค้าที่คลิกโฆษณา ตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ และนอกจาก Keyword แล้ว สิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญก็คือ Landing Page หรือ หน้าเว็บไซต์ปลายทางที่ลูกค้าจะพบหลังจากที่คลิกโฆษณานั่นเองค่ะ

Landing Page คือ หน้าเว็บไซต์ปลายทาง หน้าแรกที่แสดงผล หลังจากที่ผู้เข้าชมคลิก URL เข้ามาจากโฆษณาออนไลน์ หรือโพสต์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย ทั้งในรูปแบบภาพแบนเนอร์ วิดีโอ บทความ ฯลฯ ผู้ประกอบการหลายคนให้ความสำคัญกับคำโฆษณาหรือเนื้อหาที่โพสต์ และการทำเว็บไซต์ให้สวยงามน่าเชื่อถือ หรือคุณภาพของสินค้าหรือบริการ แต่ในความเป็นจริง Landing Page มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคเข้าไปตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้ในที่สุด


ผู้ประกอบการที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในธุรกิจดิจิทัล นอกเหนือจากการทำการตลาดเชิงรุก สื่อสารการตลาดออกไปในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออฟไลน์ หรือบน Social Media ยอดนิยมที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ และจดจำแบรนด์แล้ว คุณยังควรทำการตลาดในลักษณะ Inbound Marketing เพื่อรองรับผู้บริโภคที่มีความต้องการในสินค้าหรือบริการของคุณในช่องทางต่างๆด้วยเช่นกัน ซึ่ง Google AdWords ถือเป็นวิธีการที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพอย่างมากดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นค่ะ

 


และสำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องการทำโฆษณา รวมถึงทำการตลาดบนโลกดิจิทัลให้ได้ผลดี โดยที่คุณอาจไม่ต้องทุ่มเทเวลาในการศึกษาตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว คุณเพียงแค่เลือกพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และน่าเชื่อถือ ให้พวกเขาจัดการเรื่องนี้แทนคุณ

ซึ่ง ReadyPlanet เป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลกับผู้ประกอบการ SMEs ไทยกว่า 17,000 ธุรกิจ มายาวนานกว่า 16 ปี มีทีมงานผู้ชำนาญการด้านการทำโฆษณา Google AdWords คอยให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการในด้านการทำโฆษณา ตลอดจนให้คำปรึกษาในการทำการตลาดออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจ 

 

สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ 02-016-6988 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำโฆษณาเพิ่มเติมค่ะ

 

 

June 02, 2017
Watsanan Saikam

www.ReadyPlanet.com

สนใจรับฟังข้อมูลบริการ

เว็บไซต์สำเร็จรูป, Online Advertising, Training course