ทำความรู้จัก Single Page Website เทมเพลตเว็บรูปแบบใหม่ ที่พลาดไม่ได้ในปี 2017


ผู้ประกอบธุรกิจ ที่เลือกใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นพื้นที่โปรโมทสินค้าหรือบริการ แน่นอนว่า ”เว็บไซต์” คือแพลตฟอร์มพื้นฐานที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกใช้ เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ให้กับธุรกิจ เพราะนอกจากเว็บไซต์ จะถูกใช้เพื่อเป็นกระดานประชาสัมพันธ์ธุรกิจ และเปิดเป็นหน้าร้านออนไลน์ได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ ในสินค้าหรือบริการของคุณได้ โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนที่มากเลยค่ะ

และจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งยังใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวกลางหลักในการเชื่อมพวกเขาสู่โลกออนไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนเว็บไซต์ ทำให้เว็บไซต์รูปแบบ Single Page Website หรือ เว็บไซต์ที่แสดงผลใน 1 หน้าจอ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาค่ะ

 

Single Page Website คือ เว็บไซต์ที่แสดงเนื้อหาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการรวมเอาไว้ในหน้าเดียว โดยสามารถกดเลื่อนไปยังส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ได้โดยที่ไม่ต้องโหลดหน้าใหม่ เหมาะสมกับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลไม่มากนัก เช่น เว็บไซต์ขายสินค้าที่มีความหลากหลายน้อย หรือ เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์องค์กร เป็นต้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องสร้างหน้าเว็บไซต์ เพื่อรองรับสินค้า เหมือนกับเว็บไซต์ในลักษณะ e-Commerce นั่นเองค่ะ

ในปัจุบัน แบรนด์ระดับโลกที่เรารู้จักกันดี เช่น Apple หรือ Uber ก็ได้หันมาใช้รูปแบบเว็บไซต์ Single Page กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะสร้างความสะดวกสบายต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์แล้ว ยังสวยงาม และง่ายต่อการออกแบบอีกด้วยค่ะ วันนี้ ReadyPlanet จึงอยากพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Single Page Website รวมถึงการออกแบบเว็บไซต์ในลักษณะนี้ให้สวยงาม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้ค่ะ

 

Single Page Website ให้ประสบการณ์ที่ดีเมื่อใช้ผ่านโมบายล์ได้มากกว่า

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการกันมากขึ้น ทำให้แบรนด์ต่างๆหันมาให้ความสำคัญกับ Responsive Web Design หรือ การออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงผลได้ดีทุกหน้าจอ กันเป็นอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวิเคราะห์จากความพึงพอใจของผู้บริโภคบนโมบายล์แล้วพบว่า พวกเขาชื่นชอบที่จะอ่านข้อมูลบนเว็บไซต์จากการเลื่อนหน้าจอลงไปเรื่อยๆ เพื่อเลือกอ่านเนื้อหาที่สนใจได้ทันที มากกว่าการคลิกหน้าเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลหลายๆหน้า เพราะต้องใช้เวลากว่าหน้าเว็บไซต์จะแสดงผลค่ะ

 

เนื้อหาบนเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องมาก ให้ความสำคัญกับรูปภาพมากกว่า

อีกหนึ่งข้อดีของการมีเว็บไซต์รูปแบบ Single Page Website คือ คุณไม่จำเป็นต้องทำเว็บไซต์ขึ้นมาหลายๆหน้า เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับแบรนด์ สินค้า หรือบริการของคุณเอาไว้บนเว็บไซต์ แล้วยังต้องสร้างเมนูค้นหาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณมีสินค้าไม่กี่ประเภท หรือข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณมีไม่มากนัก เพียงแค่ออกแบบเว็บไซต์ 1 หน้า แล้วทำการแบ่งส่วนของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อใช้อธิบายสินค้าหรือบริการแต่ละชิ้นของคุณ

และสร้างปุ่มเอาไว้ให้ผู้เข้าชมคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดสินค้าที่สนใจได้บน Landing Page (หน้าปลายทางที่รองรับเมื่อผู้เข้าชมคลิกออกไปจากเว็บไซต์) ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใส่เนื้อหาลงไปในหน้าเว็บไซต์มากนัก มีเพียงแค่คำหลักที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้คลิก ควรให้ความสำคัญกับรูปภาพสินค้าที่สวยสะดุดตา และสร้างหน้า Landing Page ที่มีข้อมูลสินค้าครบถ้วนแยกออกมาต่างหาก เท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

การดีไซน์เว็บไซต์จะท้าทายขึ้นอีกมาก

การทำเว็บไซต์แบบ Single Page Website หรือเว็บไซต์แบบหน้าเดียวนั้น หากรูปภาพ ข้อความ หรือการจัดรูปแบบของเว็บไซต์ไม่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีจุดดึงความสนใจ ก็อาจส่งสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดยที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่สามารถแก้ตัวได้ เนื่องจากไม่มีหน้าเว็บไซต์อื่นๆให้ผู้เข้าชมเข้าไปหาข้อมูล ทำให้คุณอาจพลาดโอกาสที่จะปิดการขายผ่านเว็บไซต์ไปค่ะ

ผู้ประกอบการ จึงต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของคุณมากที่สุด ทั้งการเลือกรูปภาพให้สวยงาม ข้อความที่ดึงดูด ใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม ไม่เล็กเกินไป เพื่อให้มองเห็นได้ชัดบนโทรศัพท์มือถือ รวมถึงจัดรูปแบบการวางเว็บไซต์ให้น่าสนใจ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสารกับลูกค้า และทำให้ทั้งหน้าเว็บไซต์มีความสัมพันธ์กันทั้งหมด โดยคุณสามารถดูตัวอย่างได้จากเว็บไซต์ด้านล่างนี้ค่ะ


ตัวอย่างเว็บไซต์ระดับโลกที่ใช้การดีไซน์แบบ Single Page Website

เว็บไซต์ Apple.com

เว็บไซต์ Uber.com


หลังจากที่ได้รู้จักกับเว็บไซต์รูปแบบ Single Page Website กันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ วันนี้ ReadyPlanet ได้พัฒนาเว็บไซต์รูปแบบดังกล่าว ภายใต้ชื่อ "Smart Theme" ซึ่งเราได้เปิดให้กับลูกค้าเว็บไซต์ระบบ VelaEasy ได้ทดลองกันเรียนร้อยแล้วค่ะ

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเปิดเว็บไซต์/ร้านค้าออนไลน์ บนเว็บไซต์รูปแบบ Single Page Website พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานง่าย และตอบโจทย์การทำธุรกิจออนไลน์อย่างครบครัน

 

ติดต่อ ReadyPlanet โทร 02-016-6979 หรือ ทดลองใช้ฟรี! คลิกที่นี่ ค่ะ

??????????????? ???????? ???? ???????????? VelaEasy ?????? ???????????????

 

January 25, 2017
Watsanan Saikam
www.ReadyPlanet.com

สนใจรับฟังข้อมูลบริการ

เว็บไซต์สำเร็จรูป, Online Advertising, Training course